การสกัดแยกและหาโครงสร้างขององค์ประกอบทางเคมีจากส่วนต่าง ๆ ของมะเม่าหลวง

นักวิจัย/สังกัด :

  1. ดร. พิชญา ตระการรุ่งโรจน์
    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

ปี พ.ศ. ที่โครงการเสร็จ : 2547

  ด้วยเห็นความสำคัญของพืชสมุนไพรพื้นบ้านของไทย ที่อาจมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นตัวยา สำหรับโรคร้ายแรงต่างๆ ได้ในอนาคต โครงการวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อสำรวจและตรวจสอบฤทธิ์ทางชีวภาพ ของสารประกอบที่สามารถแยกได้ จากส่วนสกัดหยาบของมะเม่าหลวง (Antidesma thwaitesianum Müll.Arg.) โดยจำกัดขอบเขตการศึกษา ไปที่ส่วนเปลือก ใบ ผล เมล็ด และราก ซึ่งได้จัดหามาเพื่อใช้ในการเตรียมส่วนสกัดหยาบ โดยสกัดด้วยตัวทำละลายอินทรีย์ ทั้งนี้โดยอาศัยหลักการของ Bioassay-Guided Approach เฉพาะส่วนสกัดหยาบที่แสดงฤทธิ์ทางชีวภาพเท่านั้น ที่จะถูกนำไปแยก โดยใช้เทคนิคทางโครมาโตรกราฟี ซึ่งสารประกอบที่แยกได้ จะนำมาศึกษา หาโครงสร้างหลักทางเคมี โดยใช้เทคนิค NMR แล้วจึงนำไปทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพอีกครั้งหนึ่ง เพื่อระบุสารออกฤทธิ์ที่อยู่ในส่วนต่างๆ ของพืชผลการจากศึกษาพบว่า รากและผลของมะเม่านั้น จะมีสารประกอบที่แสดงฤทธิ์ทางชีวภาพ โดยส่วนรากนั้น ทั้งส่วนสกัดหยาบเฮกเซน และส่วนสกัดหยาบเอทิลอะซีเตท ได้แสดงฤทธิ์ในการต้านเซลล์มะเร็งปอด (NCI-H187) โดยมีค่า IC50 เป็น 30.49 และ 14.59 μg/mL ตามลำดับ หลังจากแยกส่วนสกัดหยาบทั้งสองนี้แล้ว ได้พบสารประกอบ Stigmasterol และสารประกอบประเภทฟลาโวนอยด์ อีกอย่างน้อย 1 ชนิด ซึ่งผลการทดสอบฤทธิ์ในการต้านเซลล์มะเร็งได้ระบุว่า สารประกอบประเภทฟลาโวนอยด์ที่พบนี้ เป็นสารออกฤทธิ์ในส่วนรากสำหรับการศึกษาส่วนผลนั้น สามารถแยกได้สารประกอบประเภทแอนโทรไซยานิน ซึ่งเป็นที่ทราบกันอย่างแพร่หลายว่า มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ สำหรับผลการศึกษาส่วนอื่นๆ ของมะเม่า พบว่าถึงแม้ส่วนสกัดหยาบเฮกเซนของส่วนเปลือกจะแสดงฤทธิ์ในการต้านเซลล์มะเร็งปอด (NCI-H187) บ้าง แต่สารประกอบที่สามารถแยกมาได้นั้นมีปริมาณน้อยมาก ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดในการนำส่วนเปลือกนี้มาใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ ส่วนการศึกษาส่วนใบและเมล็ดนั้น ไม่พบว่าส่วนสกัดหยาบต่างๆ แสดงฤทธิ์ทางชีวภาพอย่างมีนัยสำคัญต่อโครงการนี้ ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นต้องนำมาแยกเพื่อหาสารประกอบที่แสดงฤทธิ์ทางชีวภาพ