ยุทธศาสตร์การสร้างสรรค์วิถีทางเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสำหรับวัยรุ่นในกรุงเทพมหานคร วัย 9-15 ปี

นักวิจัย/สังกัด :

  1. ผศ.ดร.จุลนี เทียนไทย
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปี พ.ศ. ที่โครงการเสร็จ : 2552

  ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักวิจัยหลายท่านมุ่งศึกษาทางเลือกอาหารของกลุ่มวัยรุ่นเพื่อหามาตรการลดอัตราการเกิดโรคอ้วน ผลการวิจัยที่ออกมาส่วนใหญ่จะเน้นอธิบายให้เห็นถึงพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการของเด็ก พร้อมทั้งคาดการณ์อันตรายที่จะเกิดขึ้นต่อสุขภาพของกลุ่มวัยรุ่นในอนาคต แต่ไม่ค่อยมีงานวิจัยที่เจาะลึกในรายละเอียดถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกซื้ออาหารของวัยรุ่นในโรงเรียน ดังนั้น งานวิจัยชิ้นนี้จึงมุ่งศึกษาพฤติกรรมการเลือกซื้อและรับประทานอาหารในโรงเรียนของกลุ่มวัยรุ่นในเขตกทม.วัย 9-15 ปี โดยใช้เทคนิคการวิจัยทางมานุษยวิทยาอันได้แก่ การสังเกตการณ์อย่างมีส่วนร่วม การสัมภาษณ์เชิงลึก แบบสอบถามเชิงสำรวจในการเก็บข้อมูล รวมไปถึงการเก็บข้อมูลเรื่องสื่อที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการเลือกซื้ออาหารในโรงเรียน ซึ่งกลุ่มตัวอย่างประกอบไปด้วยโรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาจำนวน 46 โรงเรียนในเขตใจกลางกทม.

ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อและรับประทานอาหารของกลุ่มวัยรุ่นสามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้

ปัจจัยตัวแรก คือ ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เงินค่าขนมที่เด็กได้รับในแต่ละวัน ความชอบของเด็ก มุมมองของเด็กที่มีต่อความสามารถของตนเองในการเข้าถึงการเลือกซื้อและรับประทานอาหารในช่วงพักเบรก และอิทธิพลของราคาอาหารที่มีผลต่อการเลือกซื้อของเด็ก

ปัจจัยตัวที่สอง คือ ปัจจัยทางสังคม จะพิจารณาวิธีการที่ทำให้เด็กเกิดความรู้และความเชื่อเกี่ยวกับอาหาร และศึกษาบุคคลที่มีส่วนในการตัดสินใจเลือกซื้ออาหารของเด็ก

ปัจจัยตัวที่สามคือ ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้แก่ ที่ตั้ง ระยะทาง และความสะอาดของร้านค้า การให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับหลักโภชนาการแก่เด็ก

และปัจจัยสุดท้าย คือ ปัจจัยภายนอก ได้ศึกษาอิทธิพลของสื่อที่มุ่งทำให้เด็กเกิดความต้องการอยากลองซื้ออาหารใหม่ๆ ซึ่งพบว่า สื่อมีอิทธิพลต่อการเลือกรับประทานอาหารของเด็กในขณะอยู่ที่โรงเรียนระดับหนึ่ง หมายถึง สื่อมีอิทธิพลในการจูงใจชักจูงให้เด็กเกิดความอยากรับประทานอาหารประเภทนั้นๆ หากแต่อาหารที่อยู่ในสื่อโฆษณาอาจจะไม่ได้มีขายภายในโรงเรียน ดังนั้นพฤติกรรมของเด็กจึงพยายามเลือกอาหารที่หาได้ภายในโรงเรียนที่ใกล้เคียงกับที่สื่อนำเสนอมาแทนที่ หรือรอที่จะซื้อและบริโภคอาหารที่เห็นในสื่อในเวลาเลิกเรียนหรือในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ จากการศึกษาปัจจัยทั้ง 4 ตัวแบบเจาะลึกช่วยให้ผู้อ่านงานวิจัยนี้เกิดความเข้าใจในพฤติกรรมการเลือกซื้ออาหารของเด็กอย่างลึกซึ้ง

ผลการวิจัยยังพบว่า 9 ประเด็กปัญหาที่มักพบเห็นทั่วไปในโรงเรียนในเขตกทม. คือ ปัญหาการไม่รับประทานผัก การบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง การบริโภคอาหารและเครื่องมือที่มีรสชาติหวาน การรับประทานอาหารที่เป็นขนมขบเคี้ยวหรืออาหารทานเล่นแทนอาหารมื้อหลัก การเลือกอาหารตามกระแสนิยมหรือตามเพื่อน การขาดความรู้ทางโภชนาการในการนำมาใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้ออาหาร การขาดความหลากหลายของอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการในโรงเรียน ปัญหาสภาพของโรงอาหารและนโยบายโรงเรียน ในลำดับต่อมาคณะวิจัยได้นำผลการศึกษาเหล่านี้ไปทำแผนยุทธศาสตร์ในการสร้างสรรค์วิถีทางเลือกอาหารและทดลองใช้ใน 8 โรงเรียนในเขตกทม. ซึ่งโรงเรียนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมและสภาพสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนที่แตกต่างกันสามารถนำไปปรับประยุกต์และปรับใช้ในเหมาะสมกับโรงเรียนของตนในอนาคตได้ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการป้องกันโรงอ้วนในกลุ่มประชากรที่เสี่ยงอันได้แก่ เด็กวัย 9-15 ปีในเขตกทม.ให้ดียิ่งขึ้น