รูปแบบเศรษกิจชุมชนเพื่อการดำรงอยู่ของชุมชนในจังหวัดขอนแก่น

นักวิจัย/สังกัด :

  1. นายบดี ปุษยายนันท์
    มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ปี พ.ศ. ที่โครงการเสร็จ : 2558

  ชุมชนถูกกระทำ และได้รับผลกระทบจากนโยบายการพัฒนาของรัฐ ระบบตลาด และวิถีทุนนิยมภายใต้กระบวนการของความเป็นโลกาภิวัฒน์ การปรับตัว และการเปลี่ยนแปลงด้วยรูปแบบเศรษฐกิจชุมชน เพื่อการดำรงอยู่ด้วยศักยภาพของชุมชนเป็นประเด็นที่ต้องแสวงหาคำตอบ ด้วยกระบวนการวิจัย ผู้วิจัยจึงมีความประสงค์ที่จะศึกษารูปแบบเศรษฐกิจชุมชนเพื่อการดำรงอยู่ของชุมชนในจังหวัดขอนแก่น โดยมีวัตถุประสงค์ของการศึกษา เพื่อศึกษาถึงพัฒนาการทางเศรษฐกิจชุมชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสภาพเศรษฐกิจชุมชนของชุมชนในจังหวัดขอนแก่นที่มีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ รวมถึงศึกษาศักยภาพทางเศรษฐกิจชุมชน และการศึกษารูปแบบทางเศรษฐกิจชุมชนที่มีผลต่อการดำรงอยู่ของชุมชนภายใต้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ภายใต้แนวคิดทางเศรษฐกิจชุมชน แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง แนวคิดตะกร้ารั่ว แนวคิดภูมิปัญญาท้องถิ่น แนวคิดการมีส่วนร่วม แนวคิดการตลาด และแนวคิดการจัดการทรัพยากรที่ใช้ร่วมกัน ด้วยระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการใช้แบบสอบถามสำหรับตัวแทนภาคครัวเรือน จำนวน 461 ราย และการสัมภาษณ์เชิงลึกกับตัวแทนที่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบทางเศรษฐกิจชุมชน จำนวน 103 ราย โดยใช้แนวทางการสัมภาษณ์เชิงลึก โดยผลการศึกษาพบว่า นับแต่ปี พ.ศ. 2398 ที่สยามประเทศได้มีการลงนามในสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง วิถีทางเศรษฐกิจชุมชนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก หากแต่เริ่มได้รับความใส่ใจจากภาครัฐอย่างแท้จริงในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับแรก ซึ่งได้ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับโอกาสในการพัฒนาในด้านต่างๆ มากขึ้น อีกทั้งยังได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวิถีทางเศรษฐกิจชุมชน อันจะเห็นได้จากการโยกย้ายแรงงานจากภาคเกษตร ไปยังนอกภาคเกษตรมากขึ้น อันเป็นผลจากกระบวนการของโลกาภิวัฒน์ที่ได้นำพาระบบทุนนิยมเข้ามาในชุมชน

สำหรับรูปแบบทางเศรษฐกิจชุมชนของชุมชนทั้งสี่แห่งนั้น พบว่าจะมีจุดเริ่มของวิถีทางเศรษฐกิจชุมชนที่มาจากภาคเกษตรเช่นเดียวกัน แต่เนื่องด้วยเงื่อนไขของพื้นที่ และรวมถึงความไวในการปรับตัวของชุมชนเพื่อให้เข้ากับกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจึงส่งผลให้รูปแบบทางเศรษฐกิจชุมชนของชุมชนทั้งสี่แห่งจึงออกมาในลักษณะของการผสมผสานระหว่างรูปแบบภาคเกษตรกับรูปแบบนอกภาคเกษตร แต่จะต่างกันที่ว่าในแต่ละชุมชนจะใช้รูปแบบใดเป็นตัวนำเท่านั้น แต่ทั้งนี้ไม่ว่ารูปแบบทางเศรษฐกิจชุมชนจะถูกปรับเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบใดก็ตาม แต่วิถีในด้านการเกษตรก็ยังคงอยู่เสมอ ด้วยเหตุที่ว่าวิถีภาคการเกษตรยังคงถูกใช้ในการอ้างอิงด้านความมั่นคงทางอาหารของชุมชนนับแต่อดีตถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตามจากรูปแบบทางเศรษฐกิจชุมชนที่ปรากฏทำให้ทราบว่าปัจจุบันชุมชนไม่อาจที่จะดำรงอยู่ได้ด้วยตัวของชุมชนเอง แต่ชุมชนจำเป็นที่จะต้องมีการพึ่งพาทรัพยากรจากภายนอกที่มากขึ้น อันเห็นได้จากสัดส่วนของรายรับจากนอกภาคเกษตรที่มีสัดส่วนมากกว่ารายรับจากภาคการเกษตร และรวมถึงการออกไปทำงานนอกชุมชนที่มากขึ้นของแรงงาน