การวิจัยสารต้านอนุมูลอิสระจากสมุนไพรไทย

นักวิจัย/สังกัด :

  1. รองศาสตราจารย์ ดร. ศิริพร โอโกโนกิ และคณะ
    คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ปี พ.ศ. ที่โครงการเสร็จ : 2550

  โครงการวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อเปรียบเทียบฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน และความเป็นพิษต่อเซลล์ของพืชสมุนไพรที่พบทั่วไปในประเทศไทย นอกจากนั้นยังเป็นการเสาะหาสารสำคัญที่แสดงฤทธิ์ต้านออกซิเดชันสูงที่สุดและมีความเป็นพิษต่อเซลล์ปรกติน้อยที่สุด พร้อมทั้งศึกษาสูตรโครงสร้างของสารออกฤทธิ์นั้นด้วย งานวิจัยของโครงการจึงเริ่มต้นด้วยการรวบรวมพืชสมุนไพรในประเทศ โดยมีหลักเกณฑ์ว่าต้องเป็นพืชสมุนไพรที่หาได้ง่าย มีปริมาณมาก หรือเป็นของเหลือใช้ หรือเป็นพืชที่มีรายงานทั้งทางวิทยาศาสตร์หรือทางภูมิปัญญาพื้นบ้านว่าใช้เกี่ยวข้องกับฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน ด้วยเหตุนี้จึงรวบรวมพืชสมุนไพรได้ 26 ชนิด บางชนิดใช้เพียงส่วนเดียว เช่นส่วนของใบ หรือส่วนลำต้น หรือส่วนรากบางชนิดใช้หลาย ๆ ส่วน ดังนั้นจึงรวบรวมได้ทั้งหมด 43 ตัวอย่าง ได้นำมาเตรียมสารสกัดหยาบจากเอธานอล ได้สารสกัดหยาบทั้งหมด 43 ชนิด แล้วนำไปทดสอบฤทธิ์ต้านออกซิเดชันโดยใช้วิธี ABTS, DPPH, FRAP, และ Lipid peroxidation อีกทั้งได้นำไปศึกษาความเป็นพิษต่อเซลล์โดยใช้ Peripheral blood mononuclear cell (PBMC) เป็นตัวแทนเซลล์ปรกติ และใช้ Caco-2 cell เป็นตัวแทนเซลล์มะเร็ง

ผลการทดลองพบว่าสารสกัดหยาบมีฤทธิ์ต้านออกซิเดชันในระดับที่แตกต่างกัน สารสกัดส่วนใหญ่ไม่เป็นพิษต่อเซลล์ปรกติ ยกเว้นสารสกัดจากเปลือกมังคุด ใบรางจืด และใบฟ้าทะลายโจรที่แสดงค่า IC50 ต่อเซลล์ปรกติเท่ากับ 4.9, 5.3 และ 8.6 ไมโครกรัม / มิลลิลิตร ตามลำดับ ในขณะที่สารสกัดหยาบจากเปลือกผลมังคุดแสดงความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 32 ไมโครกรัม / มิลลิลิตร จากฤทธิ์ต้านออกซิเดชันที่ได้ ทำให้พิจารณาเลือกตัวอย่างพืช 5 ชนิด ได้แก่ ใบฝรั่ง ใบสะระแหน่ เปลือกผลทับทิม ใบทับทิม และใบรางจืด ไปทำการสกัดแยกส่วน โดยใช้ตัวทำละลายต่างขั้ว ได้แก่ เฮกเซน เอทิลอะซิเตต บิวทานอล และเมธานอล ทำให้ได้สารสกัดแยกส่วน 20 ชนิดเมื่อนำสารสกัดแยกส่วนทั้ง 20 ชนิดนี้ ไปศึกษาสมบัติเคมีเบื้องต้น พบว่ามีสารกลุ่มฟลาโวนอยด์เป็นองค์ประกอบ และพบปริมาณของฟีนอลิคสูงในสารสกัดแยกส่วนจากเมธานอล เมื่อนำสารสกัดแยกส่วนทั้ง 20 ชนิด ไปทดสอบฤทธิ์ต้านออกซิเดชันและความเป็นพิษต่อเซลล์ ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าสารสกัดแยกส่วนจากเมธานอลของใบฝรั่ง เปลือกผลทับทิม และใบทับทิม มีฤทธิ์ต้านออกซิเดชันสูงที่สุด แต่เนื่องจากเปลือกผลทับทิมและใบทับทิมแสดงความเป็นพิษต่อเซลล์ปกติ ดังนั้นจึงเลือกสารสกัดจากใบฝรั่งไปทำการแยกสกัดหาสารบริสุทธิ์ที่มีฤทธิ์ต่อไป

การแยกสารบริสุทธิ์จากใบฝรั่งได้ใช้หลักการของคอลัมน์โครมาโตกราฟฟี พบว่าสามารถแยกสารสำคัญได้ 3 ชนิด ตั้งชื่อว่า สาร 1 สาร 2 และสาร 3 จากการศึกษาสูตรโครงสร้างของสารทั้ง 3 ชนิด โดยอาศัยหลักการของ Spectroscopy และทางเคมี ทำให้ทราบว่า สาร 1 สาร 2 และสาร 3 คือ เควอร์ซิทีน มอรีน และ เควอร์ซิทีน-3-โอ-กลูโคไพราโนไซด์ ตามลำดับ เมื่อนำสารทั้ง 3 ชนิด มาศึกษาฤทธิ์ต้านออกซิเดชันเปรียบเทียบกัน ก็พบว่า สาร 1 หรือ เควอร์ซิทีน มีฤทธิ์ต้านออกซิเดชันสูงที่สุด โดยให้ค่า TEAC, IC50 และ EC เป็น 24.19 ± 0.06 มิลลิกรัม / มิลลิลิตร, 1.20±0.02 ไมโครกรัม / มิลลิลิตร และ 35.64 ± 0.24 มิลลิกรัม / มิลลิลิตร ตามลำดับ เมื่อนำสารนี้มาทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์ PBMC และ KB-31 พบว่าสารนี้ไม่เป็นพิษต่อเซลล์ทั้งสองเลย

จากการศึกษาทั้งหมดนี้พอสรุปได้ว่า ในบรรดาพืชสมุนไพรทั้ง 26 ชนิด หรือ 43 ตัวอย่างที่นำมาศึกษาในครั้งนี้ ใบฝรั่งเป็นแหล่งพืชสมุนไพรที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด เนื่องจากมีสารที่มีฤทธิ์ต้านออกซิเดชันสูงที่สุด ซึ่งสารที่ว่านี้มีชื่อว่า เควอร์ซิทีน