การพัฒนาวิธีวิเคราะห์เพื่อหาปริมาณพิวรีน และกรดยูริกในผักพื้นบ้านไทย

นักวิจัย/สังกัด :

  1. ผศ.ดร.ชุติมา เพชรกระจ่าง
  2. ดร.ปิยนุช โรจน์สง่า
    มหาวิทยาลัยมหิดล

ปี พ.ศ. ที่โครงการเสร็จ : 2558

  การสะสมของฟิวรีนและกรดยูริกที่ข้อกระดูกเป็นสาเหตุของโรคเก๊าซ์ ผู้ป่วยโรคเก๊าซ์จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีฟิวรีนและกรดยูริกสูง ผักพื้นบ้านไทยเป็นอาหารที่นิยมรับประทานกันทั่วไปแต่ปัจจุบันไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดเกี่ยวกับปริมาณของฟิวรีนและกรดยูริกในผักพื้นบ้านชนิดต่างๆ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาวิธีลิควิดโครมาโตกราฟฟี แมสสเปคโตรสโคปี ได้พัฒนาขึ้นสำเร็จ และทำการตรวจสอบเพื่อยืนยันความใช้ได้ของวิธีตามเกณฑ์มาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกา วิธีวิเคราะห์พัฒนาขึ้นโดยใช้เครื่องลิควิดโครมาโตกราฟี แมสสเปคโตรสโคปี ชนิดทริปเปิ้ลควอดรูโพล และใช้อิเล็กโตรสสเปรย์ไอออไนเซซัน ฟิวรีน 3 ชนิดคือ อะดีโนซีน กัวโนซีน แซนทีน และกรดยูริก สามารถถูกตรวจวิเคราะห์ได้เป็นอย่างดีโดยใช้คาแฟอีน เป็นสารมารตรฐานภายใน จากนั้นนำวิธีดังกล่าวไปตรวจสอบปริมาณฟิวรีนและกรดยูริกในผักพื้นบ้านไทยทั้งหมด 16นิด ผลการตรวจสอบพบกว่า ในผักทุกชนิดที่ใช้ในการศึกษามีปริมาณพิวรีนและกรดยูริกในระดับต่ำ จากผลดังกล่าว แสดงว่าผักพื้นบ้านไทยที่เหมาะสมที่จะบริโภคสำหรับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องควยคุมฟิวรีนและกรดยูริกเช่น ผู้ป่วยเก๊าซ์

สรุปปริมาณพิวรีนและ uric acid ในหน่วย มิลลิกรัมต่อน้ำหนักผัก 100 กรัม ในดงตารางต่อไปนี้

ตัวอย่างผัก ปริมาณพิวรีน และ uric acid (มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม)
Uric acid Xanthine Adenosine Guanosine
ถั่วฟักยาว 0.1-0.2 3.4-4.9 1.1-1.2 0.4-0.6
แตงกวา ไม่พบ ไม่พบ 0.1 0.1
ผักกาดขาว ไม่พบ <LLOQ 0.2-0.7 0.1-0.2
ถั่วงอก ไม่พบ <LLOQ 0.8-2.7 0.4-0.9
ผักบุ้งจีน 0.2-0.5 ไม่พบ 3.3-3.5 0.2
ถั่วพู <LLOQ 0.2 1.4-2.9 0.2-0.4
ผักหวานป่า 0.6-1.3 <LLOQ-0.1 1.1-2.6 0.8-1.8
ผักกะเฉด ไม่พบ ไม่พบ 0.4-0.7 1.3-1.5
ยอดกระถิน 0.2=0.5 <LLOQ-0.1 0.1-0.3 1.6-6.2
ชะอม ไม่พบ 0.0-0.8 0.1-0.2 1.8-3.5
ตำลึง ไม่พบ ไม่พบ-0.1 0.9-4.7 0.6-1.5
ใบบัวบก ไม่พบ ไม่พบ 1.2-2.1 0.2-0.3
ผักปลัง (ขาว) 7.0-10.1 ไม่พบ-<LLOQ 0.6-1.2 0.2-0.4
ผักพาย (ผักก้านจอง) 7.8-10.1 ไม่พบ-0.2 1.2-2.0 0.6-0.7
ผักแพว (ผักไผ่) ไม่พบ<LLOQ <LLOQ 0.1 0.1-0.2
มะเขือเปราะ 0.0-0.1 ไม่พบ <LLOQ 0.4-0.5

ผลจากตารางจะเห็นว่าผักที่นำมาวิเคราะห์ทั้งหมดจัดเป็นประเภทอาหารที่ฟิวรีนต่ำ โดยที่ อาหารที่มีฟิวรีนสูง หมายถึงอาหารที่มีปริมาณพิวรีนมากกว่าหรือเท่ากับ 400 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม อาหารที่มีฟิวรีนปานกลาง หมายถึงอาหารที่มีปริมาณพิวรีน 100-400 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม และอาหารที่มีพิวรีนต่ำ หมายถึงอาหารที่มีปริมาณพิวรีนน้อยกว่าหรือเท่ากับ 100 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม