การบูรณาการประวัติศาสตร์ วิถีวัฒนธรรมของชุมชนโบราณสู่การพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนนครชุม ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร

นักวิจัย/สังกัด :

  1. นางดวงรัตน์ มีชัย และคณะ

ปี พ.ศ. ที่โครงการเสร็จ : 2557

  ชุมชนนครชุมเป็นชุมชนที่มีประชากรหลายเชื้อชาติมาอยู่รวมกัน วัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่ติดตามมากก็คืออาหาร ไม่ว่า แกงฮังเล แกงอุ๊บมะเขือ แกงเผ็ดใช้น้ำมันมะพร้าว และอาหารที่ใส่ปลาร้าต่างๆ แกงขี้เหล็ก แกงส้ม ขนมจีนน้ำยา เมี่ยงเกลือ แกงชะอมใส่เส้นหมี่ ขนมกุ้ยช่าย ขนมคู่ (ปาท่องโก) เฉาก๊วย ห่ำซ้อย (ผักกาดดองเค็มแบบแห้งของจีนแคะ) ขนมเข่ง บะหมี่ ก๋วยเตี่ยว แกงเบ่อะหน่อไม้ใส่ข้าวสุก แกงผักหวานใส่ข้าวสารเพื่อป้องกันสารพิษ อาหารไทยใหญ่ เช่น ผักห่อ ไส้กรอกถั่ว แกงถั่วมะแฮะ และขนมจีบ แป้งสด เป็นต้น

(1) อาหารพื้นถิ่นก่อนปี 2449 (เสด็จประพาส) – ปี 2520
อาหารไทย :
อาหารคาว ได้แก่ แกงบอน แกงหยวก แกงขี้เหล็ก แกงผักหวาน แกงหน่อไม้ใส่เห็ดหอบ แกงพันงู ต้มกะทิปลาเกลือ ปลาเห็ด แกงบวน ยำหัวปลี ยำใหญ่ แกงยอดหวาย ยำทวาย
อาหารหวาน ได้แก่ กระยาสารท ขนมด้วงกะทิ ขนมดอกดิน ข้าวเหนียวแก้ว ข้าวเหนียวแดง ข้าวต้มลูกโยน ขนมกวน แดกงา ขนมปลากริม ขนมขี้หนู ซาลาเปาทอด ไข่เหี้ย ขนมห่อใบตองนึ่ง ตะโก้ ขนมเปียกปูน ขนมหูช้าง ลอดช่องไทย ขนมบ้าบิ่น ขนมหัวผักกาด ข้าวต้มลาว ทองหยอด/ทองหยิบ ฝอยทอง ขนมหม้อแกงถั่ว วุ้นหน้าต่างๆ ข้าวเหนียวสังขยา เผือก/ฝักทองกวน กล้วยบวชชี แกงบวดต่างๆ ขนมกล้วยปิ้ง
อาหารว่าง ได้แก่ กล้วยกวน มะพร้าวเสวย เมี่ยงไส้ เมี่ยงคำ เมี่ยงลาว ข้าวหมาก ข้าวตอกอัด ขนมฝักบัว มะปรางลอยแก้ว ปลาแนม มะม่วงกวนแก้ว ส้มแผ่น ข้าวพอง

อาหารพม่า :
อาหารคาว ได้แก่ แกงฮังเล แกงมะเขือลื่นใส่ใบกระเจี๊ยบ

อาหารไทยใหญ่ :
อาหารคาว ได้แก่ แกงอุ๊บมะเขือ แกงถั่วมะแฮะ แกงกล้วยดิบ แกงไข่ต้ม ข้าวกั๋นจิ้น(ข้าวคั้นชิ้นหมู)
อาหารว่าง ได้แก่ ไส้กรอกถั่ว ขนมจีนแป้งสด ผักห่อ

อาหารลาว :
อาหารคาว ได้แก่ แกงแค แกงเผ็ดด้วยน้ำมันมะพร้าว แกงชะอมใส่เส้นบะหมี่ (แกงเอาะ) หน่อไม้นอนาง แกงต้นตูน (คูณ) ส้มตำลาว หมูส้ม แกงปรุงรสด้วยปลาร้า ซวกมะเขือ งบปลา-กุ้ง
อาหารว่าง ได้แก่ เมี่ยงกับเกลือ

อาหารกะเหรี่ยง :
อาหารคาว ได้แก่ แกงแค แกงเบ่อะหน่อไม้ แกงผักหวานใส่ข้าวสุก ปลาร้าเนื้อสัตว์ เนื้อสัตว์ย่างแห้ง
อาหารหวาน ได้แก่ ข้าวเหนียวห่อด้วยใบตองกงนึ่ง จิ้มน้ำผึ้ง (ปัจจุบันไม่มีผู้สืบทอด)
อาหารว่าง ได้แก่ ใบพลูหลาม (พลูนึ่ง) กินกับหมาก

อาหารจีน :
อาหารคาว ได้แก่ ขนมกุยช่าย ห่ำซ้อย การทำเส้นบะหมี่
อาหารหวาน ได้แก่ เฉาก๊วย ขนมเข่ง-ขนมเทียน-บ๊ะจ่าง
อาหารว่าง ได้แก่ ปาท๋องโก

(2) ปี พ.ศ. 2521 – 2550 (อาหารเริ่มหายไป ไม่มีผู้สืบทอด)
อาหารไทย :
อาหารคาว ได้แก่ แกงบวน ยำใหญ่ แกงยอดหวาย ปลาเห็ด ยำหัวปลี แกงบอน
อาหารหวาน ได้แก่ ขนมกวน แดกงา ขนมปลากริม ขนมขี้หนู ซาลาเปาทอด ไข่เหี้ย กระยาสารท ข้าวเหนียวแก้ว ข้าวเหนียวแดง ข้าวต้มลูกโยน ขนมหัวผักกาด
อาหารว่าง ได้แก่ ปลาแนม ข้าวพอง
สังเกต เริ่มหายไปมีผู้ทำกินเป็นบางครัวเรือน, มีผู้ทำกินน้อยลงทำรับประทานในครัวเรือน,หายไป

อาหารพม่า :
อาหารคาว ได้แก่ แกงมะเขือลื่นไส้ใบกระเจี๊ยบ
สังเกต ไม่มีผู้สืบทอด

อาหารไทยใหญ่ :
อาหารคาว ได้แก่ แกงต้มไข่ แกงกล้วยดิบ ข้าวกั๋นจิ้น
สังเกต ไม่มีผู้สืบทอด , ทำเป็นบางครัวเรือน , ไม่มีผู้สืบทอดเริ่มหายไป

อาหารลาว :
อาหารคาว ได้แก่ แกงเผ็ดด้วยน้ำมันมะพร้าว
สังเกต ทำอยู่บางครัวเรือน

อาหารกะเหรี่ยง :
อาหารคาว ได้แก่ ส้มตำลาว หมูส้ม แกงปรุงรสด้วยปลาร้าทุกชนิด
สังเกต หายไป , หายไป , สูญหาย

อาหารจีน :
อาหารคาว ได้แก่ ห่ำซ้อย
อาหารหวาน ได้แก่ เฉาก๊วย
อาหารว่าง ได้แก่ ปาท๋องโก
สังเกต ไม่มีผู้สืบทอด

(3) ปี พ.ศ. 2535-2550
อาหารไทย :
อาหารคาว ได้แก่ ยำหัวปลี แกงบอน
อาหารหวาน ได้แก่ กระยาสารท ข้าวเหนียวแก้ว ข้าวเหนียวแดง ข้าวต้มลูกโยน ขนมหัวผักกาด
สังเกต หายไป

(4) อาหารพื้นถิ่นที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบัน
อาหารไทย :
อาหารคาว ได้แก่ แกงบอน แกงขี้เหล็ก แกงผักหวาน แกงหน่อไม้ใส่เห็ดถอบ แกงพันงู ต้มกะทิกับปลาเกลือ แกงหยวก แกงเลียง
อาหารหวาน ได้แก่ ขนมถ้วยกะทิ ขนมดอกดิน ขนมห่อใบตองนึ่ง ตะโก้ ขนมถาด แกงบวดต่างๆ ขนมกล้วยปิ้ง
อาหารว่าง ได้แก่ กล้วยกวน มะพร้าวเสวย เมี่ยงไส้ เมี่ยงคำ เมี่ยงลาว ข้าวหมาก ข้าวตอกอัด ขนมฝักบัว มะปรางลอยแก้ว
สังเกต ทุกอย่างมีผู้ทำเป็นน้อยลง แต่ยังมีผู้สืบทอด

อาหารพม่า :
อาหารคาว ได้แก่ แกงฮังเล
สังเกต ทุกอย่างมีผู้ทำเป็นน้อยลง แต่ยังมีผู้สืบทอด

อาหารไทยใหญ่ :
อาหารคาว ได้แก่ แกงอุ๊บมะเขือ แกงถั่วมะแฮะ
อาหารว่าง ได้แก่ ไส้กรอกถั่ว ขนมจีบแป้งสด ผักห่อ
สังเกต ทุกอย่างมีผู้ทำเป็นน้อยลง แต่ยังมีผู้สืบทอด

อาหารลาว :
อาหารคาว ได้แก่ แกงแค แกงปรุงรสด้วยปลาร้า
อาหารว่าง ได้แก่ เมี่ยงกับเกลือ
สังเกต ทุกอย่างมีผู้ทำเป็นน้อยลง แต่ยังมีผู้สืบทอด

อาหารจีน :
อาหารคาว ได้แก่ ขนมกุยช่าย การทำเส้นบะหมี่
อาหารหวาน ได้แก่ ขนมเข่ง-ขนมเทียน
สังเกต ทุกอย่างมีผู้ทำเป็นน้อยลง แต่ยังมีผู้สืบทอด

(5) อาหารและขนมที่หากินได้เฉพาะฤดูกาล
มกราคม ได้แก่ -
กุมภาพันธ์ ได้แก่ ข้าวหลาม
มีนาคม ได้แก่ เห็ดโคน แกงถั่วมะแฮะ มะปรางลอยแก้ว
เมษายน ได้แก่ แกงส้ม เห็ดโคน แกงถั่วมะแฮะ เห็ดถอบ แมงอีนูน มะปรางลอยแก้ว
พฤษภาคม ได้แก่ เห็ดโคน เห็ดไข่ เห็ดถอบ แมงอีนูน
มิถุนายน ได้แก่ แกงพันงู เห็ดถอบ
กรกฎาคม ได้แก่ แกงพันงู เห็ดถอบ
สิงหาคม ได้แก่ หน่อไม้ มะโห่ ขนมดอกดิน กล้วยไข่
กันยายน ได้แก่ ขนมดอกดิน กล้วยไข่ กระยาสารท (ปัจจุบันมีขายที่ตลาด)
ตุลาคม ได้แก่ ขนมดอกดิน ข้าวต้มลูกโยน แกงส้มดอกแค (แก้ไข้หัวลม)
พฤศจิกายน ได้แก่ ขี้เหล็ก กินเป็นยาในวันเพ็ญเดือน 12
ธันวาคม ได้แก่ -