การจัดการข้าวที่สูงสู่ความมั่นคงด้านอาหารของจังหวัดแม่ฮ่องสอน

นักวิจัย/สังกัด :

  1. นางวาสนา เกษอินทร์ และคณะ

ปี พ.ศ. ที่โครงการเสร็จ : 2558

   โครงการ “การจัดการข้าวที่สูงสู่ความมั่นคงด้านอาหารของจังหวัดแม่ฮ่องสอน” มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาศักยภาพ ความเสี่ยง และสถานการณ์การผลิตข้าวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ค้นหาศักยภาพ และทุนเดิม และวิเคราะห์ความเสี่ยงต่อความมั่นคงด้านอาหาร 2) เพื่อถอดบทเรียนกระบวนการและวิธีการจัดการข้าวที่สูง ในพื้นที่กรณีศึกษาให้ได้แนวทางในการยกระดับการจัดการสู่การลดความเสี่ยงต่อความไม่มั่นคงด้านอาหารในระดับชุมชน และ 3) เพื่อทดลองปฏิบัติการแนวทางดังกล่าว และสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้สู่การใช้ประโยชน์พื้นที่ศึกษา ได้แก่ ระดับจังหวัดแม่ฮ่องสอน และระดับพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ 1) บ้านหัวปาย ต.เวียงเหนือ อ.ปาย ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวไร่ วิถีมูเซอแดง ในพื้นที่ชายขอบ 2) บ้านปางคามน้อย หมู่ 3 ต.ปางมะผ้า อ.ปางมะผ้า ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวไร่ วิถีมูเซอแดง ในพื้นที่ใกล้เมือง 3) บ้านแมอู่คอหลวง หมู่ 5 ต.แม่อูคอ อ.ขุนยวม ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวไร่และข้าวนาในวิถีปกาเกอะญอ ที่มีพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ 4) บ้านแม่ลิดป่าเห้ว หมู่ 2 ต.แม่เหาะ อ.แม่สะเรียง ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวไร่ ในวิถีปกาเกอะญอ ที่มีการปลูกกระหล่ำปีเป็นพืชเชิงเดี่ยวเข้มข้น

โดยกระบวนการวิจัย แบ่งได้เป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ใช้เวลา 11 เดือนในการศึกษาและรวบรวมข้อมูลตามกรอบแผนการดำเนินงาน วิเคราะห์สังเคราะห์ข้อมูล เตรียมพื้นที่ศึกษา ออกแบบเครื่องมือเก็บข้อมูลและวางแผนการดำเนินงานในพื้นที่ศึกษา และสรุปผลการศึกษาเบื้องต้นเพื่อจัดทำข้อเสนอและการปฏิบัติการร่วมกัน ส่วนระยะที่ 2 ใช้เวลา 7 เดือน มีการปฏิบัติการร่วมกันตามข้อเสนอในระยะที่ 1 ประมวลผล และคืนข้อมูล

ผลจากการดำเนินงานโครงการ ทำให้ได้ข้อมูลองค์ความรู้ด้านต่างๆ ดังนี้

1) ได้ข้อมูลองค์ความรู้ ระดับจังหวัด ในสถานการณ์การผลิตข้าว ที่สะท้อนให้เห็นศักยภาพ/ทุนเดิม ความเสี่ยงและความเปราะบางต่อความมั่นคงด้านอาหาร (กรณีข้าว)

สถานการณ์การผลิตข้าวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ข้าวเป็นพืชหลักที่เกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอนปลูกมากที่สุด จากสภาพของจังหวัดที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาเกษตรกรจะปลูกข้าวในพื้นที่ราบระหว่างหุบเขา เพื่อใช้บริโภคในครัวเรือนจะมีเหลือขายเพียงเล็กน้อยในระดับท้องถิ่นเท่านั้น ปริมาณผลผลิตข้าวไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคของประชากรทั้งจังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงต้องนำเข้าข้าวสารจากเชียงใหม่ อีกทั้งเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีการปลูกข้าว นาปรังเพียงเล็กน้อย เนื่องจากบริเวณที่ดินดอนขาดแคลนน้ำ

ความเสี่ยงการผลิตข้าวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในด้านทรัพยากร เช่น แม่ฮ่องสอนพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่สูงและภูเขา พื้นที่เกษตรกรรมมีเพียงร้อยละ 5.17 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด พื้นที่เป็นเขตป่าอนุรักษ์ จึงถูกจำกัดพื้นที่ปลูก สิทธิการเข้าถึงพื้นที่หรือไม่มีเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ทำกิน ระบบชลประทานไม่เพียงพอ ฯลฯ ด้านการผลิตข้าว/การจัดการผลผลิตข้าว เช่น การขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ แนวโน้มการสูญหายหรือสูญเสียของพันธุ์ข้าว การขาดแรงงานด้านการผลิตภายในครัวเรือน เป็นต้น ด้านการบริโภคข้าว เช่น ภาวะเร่งรีบทำให้การบริโภคข้าวลดลง การผลิตที่ใช้สารเคมีมากส่งผลด้านสุขภาพและด้านจิตใจของผู้บริโภค ฯลฯ ด้านคุณค่า/ค่านิยม/กระแส เช่น ชาวนาไม่อยากให้ลูกหลานทำนาต่อไป เนื่องจาก รายได้น้อย เหนื่อย ลำบาก การละเลยต่ออาชีพเกษตรของลูกหลาน ฯลฯ ด้านขาดการรวมกลุ่ม การสร้างพันธมิตรเพื่อการเชื่อมโยงข้อมูล การช่วยเหลือ การต่อรอง ด้านผลกระทบจากนโยบายภาครัฐ นโยบายต่างๆ เช่น การจำนำข้าว ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าบิดเบือนกลไกตลาด ฯลฯ ด้านข้อมูล ความรู้ เทคโนโลยี การประชาสัมพันธ์ เช่น การศึกษาข้อมูลด้านต่างๆ เกี่ยวกับข้าวยังมีน้อย และด้านเศรษฐกิจ เช่น เกษตรกรยากจนและมีหนี้สิน ความเหลื่อมล้ำทำให้ชาวนาถูกเอาเปรียบ

จุดเอื้อโอกาสและด้านศักยภาพ ในการผลิตข้าวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในระบบการผลิตข้าว มีการจัดการระบบการผลิตข้าวที่เหมาะสมกับพื้นที่ผลิต การมีองค์ความรู้และเทคนิคในการผลิตข้าวคุณภาพ การมีพื้นที่รูปธรรมที่มีการศึกษาเรื่องข้าวโดยใช้งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นเป็นเครื่องมือ การมีหน่วยงาน องค์กร ภาคี หนุนเสริม และการมีวิถีชนเผ่า วัฒนธรรมของแต่ละชนเผ่า

2) ได้ชุดข้อมูลสถานการณ์ ศักยภาพของชุมชนในการจัดการข้าวที่สูง ครอบคลุมทั้งข้อมูลบริบท วิถีชีวิตชุมชน สภาพปัญหา ศักยภาพ โอกาส ข้อจำกัดของกระบวนการจัดการ ความเสี่ยงด้านการผลิต ปัจจัยการผลิตหลักของข้าวที่สูงผ่านกรณีศึกษาทั้ง 4 พื้นที่ โดยมีการประเมินตามตัวชี้วัดความมั่นคงด้านอาหารทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ครัวเรือนมีอาหารและน้ำดื่มบริโภคเพียงพอตลอดทั้งปี สิทธิและการเข้าถึงระบบอาหารของชุมชน ความเสี่ยงและความเปราะบางของแหล่งอาหารท้องถิ่น และศักยภาพของครัวเรือนและชุมชนต่อความมั่นคงทางอาหารท้องถิ่น

3) ได้ข้อมูลองค์ความรู้ และวิธีการในการจัดการข้าวที่สูงของแต่ละพื้นที่ศึกษา

4) ได้ร่วมพัฒนาองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพประเด็น “สุขภาวะชาวนา” และได้พัฒนาเป็นประเด็น “สุขภาวะเกษตร” เพื่อให้ครอบคลุมกระบวนการผลิตมากขึ้น

5) ได้โจทย์และประเด็นที่น่าสนใจทั้งในด้านระบบการผลิต การจำหน่าย แนวทางการสืบทอด การจัดการกลุ่ม เครือข่าย และการหนุนเสริมจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อนำไปสู่การวางแผนการดำเนินงานต่อเนื่องในอนาคตต่อไป