กระบวนการสร้างข้าวปลอดภัย พืชกินได้ ไม้เป็นยา จังหวัดอุทัยธานี

นักวิจัย/สังกัด :

  1. สมพงษ์ สุทธิวงศ์ และคณะ

ปี พ.ศ. ที่โครงการเสร็จ : 2556

  จังหวัดอุทัยธานี ได้มีการจัดทำข้อมูลบัญชีครัวเรือน เพื่อรู้จักตนเองจากข้อมูลรายรับ รายจ่าย หนี้สินของครอบครัว จนสามารถนำข้อมูลครัวเรือนมาใช้ปรับแนวคิด ปรับพฤติกรรม สร้างสติ ให้เกิดการวางแผนจัดการเศรษฐกิจในครัวเรือน ด้วยการจดบันทึกรายรับ รายจ่ายอย่างเป็นหมวดหมู่ แล้วนำข้อมูลนั้นแลกเปลี่ยนพูดคุยกันในครอบครัว ค้าหาแนวทางการจัดเศรษฐกิจในครัวเรือนจากศักยภาพของตนเองของตำบล

จากข้อมูลบัญชีครัวเรือนทำให้รู้ว่าประชาชนเจ็บป่วยมาก จึงมีการประสานสาธารณสุขตำบลให้ดำเนินการเจาะโลหิต เพื่อหาสารพิษในร่างกาย จากผลการเจาะโลหิตประชาชน จำนวน 1,191 ราย พบผู้มีสารพิษตกค้างในกระแสโลหิต จำนวน 803 ราย อยู่ใน ระยะปลอดภัย จำนวน 348 ราย ในขั้นเสี่ยง จำนวน 299 ราย และอยู่ในขั้นไม่ปลอดภัยถึง 156 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมาก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูแล และให้คำแนะนำ โดยให้ใช้ใบรางจืดต้มน้ำชงแบบชา และใช้ถ่านไม้ไผ่ดูดสารพิษออกจากหม้อหุงข้าวอีกด้วย และจากข้อมูลบัญชีครัวเรือนทำให้รู้ว่าประชาชนเจ็บป่วยมาก และมีรายจ่ายสูง จึงสนับสนุนให้มีการขับเคลื่อนและสาธิตการปลูกข้าวปลอดภัยไว้กินเอง รวมทั้งสนับสนุนให้ประชาชนปลูกผักปลอดภัยไว้บริโภคเองในครัวเรือนอีกด้วย

โครงการแผนที่แผ่นดิน เป็นกิจกรรมที่จัดทำป้ายประจำแปลงให้กับประชาชนเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนให้เป็นต้นแบบ ในเรื่องการปลูกผักลอดภัยไว้กินเองในครัวเรือน และได้มีการเผยแพร่เรื่องราวต่างๆผ่านทาง หนังสือพิมพ์ประชารัฐ ซึ่งเป็นเอกสารที่เผยแพร่ความรู้ และข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้แก่ประชาชนต่างๆ ในจังหวัด ทำให้ประชาชนได้รับความรู้ ความเข้าใจในเรื่อง สภาองค์กรชุมชนตำบลเศรษฐกิจพอเพียง อาหารปลอดภัย สิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย นอกจากนั้นยังเป็นประโยชน์ในแง่ป้องกันการลืมเลือนอีกด้วย

จากการสาธิตปลูกข้าวปลอดภัย ของตำบลนำร่อง ได้มีการนำพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพมาเผยแพร่ให้กับประชาชนได้ปลูก เช่น ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมนิล ข้าวสินเหล็ก ข้าวไรซ์เบอรี่ ซึ่งมีสรรพคุณในการป้องกันโรคได้ ผลผลิตที่ได้สามารถนำไปเผยแพร่ให้แก่ประชาชนที่สนใจที่จะรับประทานข้าวกล้อง ข้าวปลอดภัยโดยรวมไปถึง สหกรณ์เครดิตยูเนียนบางกุ้ง จำกัด ซึ่งได้มีการจัดบริการสวัสดิการต้นแบบ และสนับสนุนสวัสดิการข้าวปลอดภัย เพื่อใช้เป็นตลาดนำร่อง ให้กับประชาชนที่รักสุขภาพ ด้วยการนำข้าวปลอดภัยจาก 20 ตำบลนำร่อง ที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการมาแปรรูปให้บริการกับสมาชิก จนสามารถประยุกต์เป็นเครือข่าย “ข้าวปลอดภัย พืชกินได้ ไม้เป็นยา” ขึ้น โดยมีสมาชิกสนใจเป็นจำนวนมาก

ผลลัพธ์ของโครงการเป็นการทำงานเชิงรุก มีการประสานทุกภาคส่วนเพื่อให้การทำงานประสบผลสำเร็จได้ โดยแบ่งตามยุทธศาสตร์ ดังนี้

ยุทธศาสตร์ 1 ชุมชนเป็นสุข

  1. การจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล จำนวน 59 ตำบล
  2. การจัดทำตำบลต้นแบบ จำนวน 20 ตำบล และแกนนำตำบลละ 5 คน รวม 100 ครอบครัว เป็นผู้ปฎิบัติ เรื่องข้าวปลอดภัย พืชกินได้ ไม้เป็นยา
  3. การจัดทำแผนชุมชนในตำบลต้นแบบ และข้อมูลตำบลอื่นๆรวมทั้งสิ้น 56 ตำบล สามารถเสนอโครงการให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้
  4. การทำบัญชีครัวเรือน จำนวน 500 ครอบครัว เนื่องจากมีหลายหน่วยงานทำบัญชีครัวเรือนเหมือนกันราษฎรจึงสับสน เพราะต้องทำส่งหลายที่ แต่ก็สามารถบรรลุเป้าหมายได้
  5. การจัดทำตลาดนำร่องในสวัสดิการต้นแบบของสหกรณ์เครดิตยูเนียนบางกุ้ง และประยุกต์เป็นเครือข่าย “ข้าวปลอดภัย พืชกินได้ ไม้เป็นยา” ดำเนินการตลาดข้าวปลอดภัยได้แล้ว และมีแผนที่จะขยายเป็นตลาดภายนอก
  6. หนังสือพิมพ์ประชารัฐ ทำควบคู่ไปกับโครงการของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จำนวน 2 เดือนต่อ 1 ฉบับ และมีการทำแผ่นผับให้ความรู้ เรื่อง ข้าวปลอดภัย สู่ผู้บริโภคอีกด้วย ตลอดทั้งได้จัดทำแผ่นผับให้ความรู้แบบต่อเนื่องมีประโยชน์อย่างมาก

ยุทธศาสตร์ 2 ชีวิตปลอดภัย

  1. การปลูกพืชปลอดภัยไว้กินเองในตำบลต้นแบบครบ 100 ครอบครัว ปลูกประเภท พริก มะเขือ โหรพา กระเพรา ตะไคร้ ข่า ฯลฯ เป็นการลดรายจ่ายในครัวเรือน และเพิ่มรายได้จุนเจือครอบครัวอีกด้วย
  2. แผนที่แผ่นดินได้จัดทำป้ายได้ จำนวน 100 แผ่น บ้าน ทุกบ้านมีรูปธรรมในการปลูกผักทุกบ้าน
  3. การให้บริการปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ผัก สมุนไพรไล่แมลง ครบ 20 ตำบล จำนวน 27 แปลงเมล็ดพันธุ์ผัก และปุ๋ยชีวภาพ บริการหลังการฝึกภาคปฏิบัติ ซึ่งอบรมไปแล้ว 88 ราย ได้แนะนำให้ปลูก แฟง มะระ มะละกอ ถั่วฝักยาว เพิ่มเติมในแปลงที่มีอยู่แล้ว
  4. การประสานงานกับสาธารณะสุขตำบลให้ทำการเจาะโลหิตเพื่อหาสารพิษในร่างกาย ได้แนะนำให้ใช้ใบรางจืดต้มน้ำชงแบบชา และใช้ถ่านไม้ไผ่ดูดสารพิษออกจากหม้อหุงข้าวอีกด้วย ซึ่งกำลังจะกลายเป็นกิจกรรมที่จำเป็นให้สาธารณะสุขต้องปฏิบัติต่อไป
  5. ไม้เป็นยาสมุนไพร และไม้ที่มีสารช่วยให้การปรับความสมดุลในร่างกาย เช่น ผักกูด ฝักข้าว ฯลฯ และสมุนไพรต่างๆ ส่งเสริมให้ปลูกทุกตำบล และจัดรณรงค์ในวันที่ 8 -10 ธันวาคม ของทุกปี

ยุทธศาสตร์ 3 การจัดการความรู้

  1. การจัดสัมมนาสัญจร เพื่อทำความเข้าใจทั้งคณะและผู้ปฎิบัติ 2 ครั้ง ทุกคนมีความเข้าใจและนำความรู้ไปปรับใช้ในหน่วยงานของตน และสามารถวางแผนปฏิบัติการร่วมกันได้
  2. การประชุมประจำเดือนระหว่างแกนนำทั้ง 59 สภา และคณะทำงาน รวมทั้งภาคีความร่วมมือทุกเดือน
  3. การประชุมกับภาคีที่เกี่ยวข้องอยู่เสมอ อย่างน้อย 2 เดือนครั้ง