การศึกษาเส้นทางอาหารในพาข้าวเพื่อการฟื้นฟูวิถีการพึ่งตนเองของชุมชน กรณีศึกษาบ้านโคกสวาท อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร

นักวิจัย/สังกัด :

  1. วิมลรัตน์ ใจเอื้อ และคณะ

ปี พ.ศ. ที่โครงการเสร็จ : 2553

  การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม เน้นการปฏิบัติจริง มีวัตถุประสงค์ดังนี้คือ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอาหารในพาข้าวคนในชุมชนบ้านโคกสวาท 2) เพื่อศึกษาภูมิปัญญาการหาอยู่หากินและเฮ็ดอยู่เฮ็ดกินของคนในชุมชนบ้านโคกสวาทจากอดีตจนถึงปัจจุบัน 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของภูมิปัญญาการหาอยู่หากินและเฮ็ดอยู่เฮ็ดกินกับวิถีของคนในชุมชนบ้านโคกสวาท และ 4) เพื่อศึกษารูปแบบการฟื้นฟูวิถีการพึ่งตนเองของคนในชุมชนบ้านโคกสวาท พื้นที่ดำเนินการชุมชนบ้านโคกสวาท ตำบลนาโส่ อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร กลุ่มเป้าหมายในการศึกษาเป็นเด็กและเยาวชนในชุมชนบ้านโคกสวาท จำนวน 37 คน โดยมีทีมวิจัยประกอบไปด้วยเด็กและเยาวชนในชุมชนบ้านโคกสวาท 12 คน และชาวบ้าน อีก 6 คน การศึกษาใช้วิธีการศึกษาโดยการสัมภาษณ์ สังเกต การสนทนากลุ่ม และการเรียนรู้ผ่านการลงปฏิบัติจริงในรูปแบบกิจกรรมที่หลากหลาย

ผลการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอาหารในพาข้าวของคนในชุมชนบ้านโคกสวาท ทำให้ทราบถึงรายการอาหารในแต่ละครัวเรือนว่ามีทั้งที่ทำเอง และซื้อมารับประทาน แหล่งที่มาของอาหารในพาข้าวของแต่ละครัวเรือนได้จากการซื้อ การหาอยู่หากินและเฮ็ดอยู่เฮ็ดกินจากเพื่อนบ้านหรือญาติและจากการไปร่วมงานบุญ สาเหตุที่ต้องซื้ออาหารก็เนื่องจากอาหารบางอย่างไม่สามารถทำเองได้ต้องการความสะดวก เกิดความอยากหรือชอบส่วนตัว มีเด็กเล็กอยู่ในครอบครัวต้องกินอาหารพิเศษและไม่มีคนหาอยู่หากิน ในส่วนมูลค่าอาหารอาหาร พบว่า อาหารแบบพื้นบ้านค่าใช้จ่ายหรือมูลค่าจะต่ำกว่าอาหารแบบผัด ทอด หรืออาหารที่ซื้อ ส่วนคุณค่าของอาหาร พบว่า อาหารพื้นบ้านจะองค์ประกอบที่หลากหลายกว่าอาหารที่ซื้อ หรือประเภทอาหาร ผัด ทอด แหล่งอาหารในชุมชนในแต่ละช่วงฤดูกาลนั้นยังมีความอุดมสมบูรณ์ สามารถหาอยู่หากินเพื่อมาเฮ็ดอยู่เฮ็ดกินได้ตลอดปี ในปัจจุบันชาวบ้านโคกสวาทก็ยังมีภูมิปัญญาในการหาอยู่หากินสามารถถ่ายทอดให้ลูกหลานได้ แต่สภาพดังกล่าวก็เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทั้งสภาพสังคม และสภาพการทำเกษตรทำให้วิถีชีวิตของคนในชุมชนเปลี่ยนแปลงไป อาหารในพาข้าวก็เปลี่ยนด้วยเช่นกัน ปัจจุบันจำนวนรายการอาหารในพาจะมีมากกว่าอดีต มีอาหารที่ได้จากการซื้อมาเพิ่มเติม ทำให้มูลค่าอาหารเพิ่มขึ้น แต่คุณค่าอาหารลดลงเนื่องจากความหลากหลายของอาหารลดลง และกระบวนการผลิต (ซื้อ) ก็รับประกันความปลอดภัยไม่ได้ สภาพที่เปลี่ยนแปลงทำให้ความสำคัญของพาข้าวต่อความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวและชุมชนลดลงจากที่เคยเป็นในอดีต แม้แต่อาหารในบุญประเพณีก็พบว่าชนิดของอาหารเริ่มเปลี่ยนแปลงไป มีการซื้อมากขึ้นทั้งอาหารแบบสำเร็จรูปและวัตถุดิบในการผลิตอาหารด้วยเช่นเดียวกัน

รูปแบบการฟื้นฟูวิถีการพึ่งตนเอง พบว่า คนในชุมชนมีการพึ่งตนเองในระดับหนึ่งด้วยการปลูกผักบางชนิดหรือบางฤดูไว้กินเอง มีการเลี้ยงสัตว์บ้าง แต่ก็ไม่ทุกครอบครัว และไม่ตลอดปีแนวทางการฟื้นฟูที่ชุมชนร่วมกันทำหลังสิ้นสุดโครงการวิจัยก็คือ การร่วมกันปลูกป่าในชุมชนรณรงค์ส่งเสริมให้ทุกครอบครัวปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ เพื่อบริโภคในครัวเรือน ฟื้นฟูวิถีการเฮ็ดอยู่เฮ็ดกินในครอบครัว ส่งเสริมให้เด็กเยาวชนทำแปลงผัก และผลักดันให้แนวทางเหล่านี้เป็นแนวทางหลักในการพัฒนาชุมชนบ้านโคกสวาท ส่วนกระบวนการฟื้นฟูที่มีผลต่อเด็กเยาวชนและคนในชุมชนก็คือต้องดำเนินการแบบมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน เน้นการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง และมีกระบวนการที่ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามเงื่อนไขที่มีผลต่อกระบวนการฟื้นฟูก็คือปัจจัยภายนอก การเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคม การเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตและการผลิต ซึ่งมีผลต่อทัศนคติและความคิดของคนในชุมชนอันเป็นเงื่อนไขภายในสำคัญต่อกระบวนการฟื้นฟูวิถีการพึ่งตนเอง อันเป็นเป้าหมายของโครงการ

(อ่านผลการวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลอาหารธรรมชาติในช่วงเดือนเดือนต่างๆ ไดในบทที่ 4 ของรายงานการวิจัย)