การฟื้นฟูผักพืชสวนครัวในระบบอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยด้านอาหารในชุมชน บ้านดอนผึ้ง ตำบลบากเรือ อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร

นักวิจัย/สังกัด :

  1. นางศุภัคนันท์ เครือแสง และคณะ

ปี พ.ศ. ที่โครงการเสร็จ : 2556

  โครงการ การฟื้นฟูผักพืชสวนครัวในระบบอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยด้านอาหารในชุมชน บ้านดอนผึ้ง ตำบลบากเรือ อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร มีวัตถุประสงค์ของโครงการที่สำคัญ คือ 1) เพื่อศึกษาบริบทชุมชนและการเปลี่ยนแปลงด้านการปลูก การกินของชุมชนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน 2) เพื่อศึกษาภูมิปัญญาชาวบ้านในการปลูกพืชผักสวนครัวในระบบอินทรีย์ 3) เพื่อศึกษาสถานการณ์การบริโภคอาหารของชุมชนบ้านดอนผึ้ง 4) เพื่อศึกษารูปแบบการฟื้นฟูพืชผักสวนครัวในระบบอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยด้านอาหารของชุมชน

งานวิจัยนี้ใช้กระบวนการดำเนินงานแบบมีส่วนร่วมกับชุมชนวิจัยในพื้นที่ 7 หมู่บ้าน โดยมีบ้านดอนผึ้งเป็นพื้นที่ปฏิบัติการหลัก และเกิดการขยายผลกิจกรรมในหมู่บ้านท่าช้าง ดงยาง และปอแดง ซึ่งเน้นการสร้างเรียนรู้ร่วมกันระหว่างทีมวิจัย และชุมชน ผลการศึกษาที่สำคัญมีดังนี้

จากการศึกษาข้อมูลบริบทชุมชนตำบลบากเรือจากข้อมูลมือสองที่ได้รวบรวมไว้แล้ว พบว่าปัจจุบันตำบลบากเรือมีจำนวน 7 หมู่บ้านประชากร 4,400 คน จำแนกเป็น 929 ครัวเรือน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเป็นทุ่งนาสลับป่าโปร่ง ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ด้านการศึกษามีสถานศึกษา ประกอบด้วย โรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษา วิทยาลัยเกษตร และเทคโนโลยียโสธร รวมถึงสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดยโสธร ด้านสาธารณสุขมีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนผึ้ง การคมนาคมสะดวกมีเส้นทางเชื่อมระหว่างจังหวัดยโสธร-จังหวัดศีรษะเกษมีไฟฟ้าใช้ทุกหมู่บ้าน และมีทรัพยากรธรรมชาติอย่างแหล่งน้ำและพื้นที่ป่าชุมชนจำนวนมากมีของฝากที่เป็นเอกลักษณ์คือไก่ย่างบ้านแคนรสเด็ด ซึ่งนับได้ว่าปัจจุบันชุมชนในตำบลดงบากเรือมีการพัฒนาไปในทุกด้าน ซึ่งมีความแตกต่างจากในอดีตมาก เมื่อเปรียบเทียบคำบอกเล่าของผู้อาวุโสในชุมชน ซึ่งเป็นกรณีศึกษาประกอบเพื่อค้นหาการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการปลูกอยู่ ปลูกกินของคนในชุมชนใน 5 ด้าน คือ ด้านเกษตร ด้านเศรษฐกิจ ด้านสาธารณสุข ด้านประเพณีวัฒนธรรม และด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ผลการวิจัยด้านองค์ความรู้และภูมิปัญญาชาวบ้านในการปลูกพืชผักสวนครัวในระบบอินทรีย์ของชุมชนตำบลบากเรือจากอดีตถึงปัจจุบัน ซึ่งได้ถอดองค์ความรู้จากเกษตรกรต้นแบบที่ทำการเกษตรในระบบอินทรีย์ จำนวน 10 ราย ที่มีภูมิปัญญาที่เหมือนและแตกต่างกัน ซึ่งสามารถจำแนกได้ 14 รูปแบบ คือ 1) การใช้ปุ๋ยคอกในการบำรุงรักษาผักสวนครัว 2) น้ำหมักชีวภาพเพื่อเพิ่มผลผลิต 3) วิธีการปลูกผักตามความเชื่อ 4) การปลูกพืชผสมผสาน 5) ความเชื่อในการเก็บผักพืชสวนครัว 6) การเก็บเมล็ดพันธุ์ 7) สมุนไพรกำจัดแมลง 8) น้ำส้มควันไม้กำจัดศัตรูพืช 9) ตลาดนัดสีเขียว 10) การขยายผลการทำเกษตรอินทรีย์ 11) เศรษฐกิจพอเพียง 12) การพยากรณ์อากาศ 13) เทคโนโลยีกับการบริการจัดการน้ำในแปลเกษตรอินทรีย์14) สุขภาพดีเพราะเกษตรอินทรีย์ซึ่งในทุกรูปแบบสามารถเป็นรูปแบบในการเผยแพร่การทำเกษตรอินทรีย์แก่ชุมชนได้

การศึกษาสถานการณ์การบริโภคอาหารของชุมชนตำบลบากเรือ ชี้เห็นว่าชาวบ้านมีการจับจ่ายซื้อวัตถุดิบเกือบทุกชนิดมาประกอบอาหารโดยเฉพาะพืชผักสวนครัวที่สามารถปลูกได้เองก็หาซื้อได้ง่ายตามตลาดนัดชุมชน ซึ่งบางครั้งก็ไม่ทราบถึงแหล่งที่มาและกระบวนการผลิต แต่เบื้องต้นก็ทราบกันอยู่แล้วว่าต้องผ่านกระบวนการใช้สารเคมีปริมาณมาก อาทิ หอม กระเทียม พริก กะหล่ำปี ฯ ด้วยเหตุนี้ความเสี่ยงในการบริโภคอาหารจึงสุ่มเสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ จากการเก็บข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย 118 ราย พบว่าในรอบปีจะเกิดค่าใช้จ่ายในการซื้อผักประมาณ 849,600 บาท/ปี จากค่าใช้ในการซื้ออาหารทั้งหมด 4,389,600 บาท/ปี และเมื่อมีการศึกษาสถานการณ์การเจ็บป่วยของคนในชุมชนตำบลบากเรือ จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดอนผึ้ง ทำให้พบว่าชาวบ้านมีการเจ็บป่วยอันดับแรกคือ โรคระบบทางเดินหายใจ โรคที่ผิดปกติที่ไม่สามารถจำแนกกลุ่มโรคได้ โรคไหลเวียนเลือด และโรคระบบทางเดินอาหาร และอื่นๆ รวมผู้ป่วยทั้งหมดจำนวน 4,869 ราย จากจำนวนประชากรในตำบลบากเรือทั้งหมดจำนวน 3,646 ราย ถึงแม้ว่าบางโรคจะไม่ชี้ชัดว่าสาเหตุการเจ็บป่วยที่เกิดจากสารพิษสารเคมีในภาคเกษตร แต่ในร่างกายคนเราสามารถรับสารพิษเหล่านี้มาจากทุกช่องทาง คือ ทางปาก ทางการหายใจ และการสัมผัส แต่ลักษณะอาการเจ็บป่วยก็จะขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณการได้รับสารพิษสารเคมีนั้นนั้นด้วย แต่อย่างไรก็ตามก็เกิดเป็นความเสี่ยง ความไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพอยู่ดี ด้วยข้อมูลที่ได้ทำการศึกษาเมื่อมาทำการสังเคราะห์ข้อมูลร่วมกันของชุมชนวิจัยแล้ว จึงมีความจำเป็นที่จะต้องหารูปแบบลดระดับความรุนแรง และป้องกันความเจ็บป่วยที่จะตามมากับการบริโภคอาหารโดยเฉพาะพืชผักสวนครัวด้วยระบบอินทรีย์

ดังนั้นจึงได้เกิดรูปแบบการฟื้นฟูผักพืชสวนครัวในระบบอินทรีย์เพื่อความปลอดภัยด้านอาหารในชุมชนบ้านดอนผึ้ง และชุมชนในตำบลบากเรือ ด้วยการศึกษาดูงานในแหล่งเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์ การเข้ารับการฝึกอบรมการดูแลสุขภาพด้วยพืชผักปลอดสารพิษ รู้จักประโยชน์ของพืชผักแต่ละชนิดและสามารถเลือกรับประทานให้อาหารกลายเป็นยา การอบรมให้ความรู้เทคนิคการทำเกษตรอินทรีย์ให้ได้ประสิทธิผลด้วยการอบรมเชิงปฏิบัติการทำน้ำหมักฮอร์โมน การทำปุ๋ยคุณภาพสูง เมื่อได้องค์ความรู้ก็ได้มีการขยายผลด้วยการลงพื้นที่ส่งเสริมผ่านกิจกรรมของ อสม. ควบคู่กับการสาธารณสุข ตลอดจนการร่วมบรรยายและถ่ายทอดผลจากกิจกรรมสู่ชุมชนอื่นที่สนใจ การเจาะเลือดหาสารเคมีในกลุ่มเสี่ยง และการจัดทำแปลงสาธิตพืชผัก และสมุนไพรในระบบอินทรีย์ เพื่อกระจายองค์ความรู้จากของจริงในแปลง ผลจากการดำเนินกิจกรรมตามรูปแบบข้างต้นส่งผลให้เกิดการฟื้นฟูพืชผักสวนครัวในแต่ละชุมชน จนเกิดการทำเกษตรอินทรีย์ 68 ครัวเรือน จาก100 ครัวเรือน ซึ่งก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของชุมชนวิจัย ดังนั้นจากการใช้ข้อมูลนำมาสู่การปฏิบัติโดยผ่านกระบวนการทำงานอย่างเป็นขั้นตอนของกระบวนการวิจัยเพื่อท้องถิ่นนับว่าเป็นการแก้ปัญหาของชุมชนอย่างมีส่วนร่วม เป็นบทเรียนและองค์ความรู้ที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนให้ชุมชนเกิดสุขภาพดี และเป็นแนวทางในการพัฒนาชุมชนในด้านต่าง ๆ ต่อไป