การพัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศทางภูมิศาสตร์เพื่อการวางแผนการจัดตั้งกลุ่มเกษตรปลอดภัย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา

นักวิจัย/สังกัด :

  1. ดร. สิทธิศักดิ์ ปิ่นมงคลกุล และคณะ
    มหาวิทยาลัยพะเยา

ปี พ.ศ. ที่โครงการเสร็จ : 2554

  โครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศทางภูมิศาสตร์เพื่อการวางแผนการจัดตั้งกลุ่มเกษตร ปลอดภัย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาศักยภาพของพื้นที่อำเภอแม่ใจในการทำการเกษตรปลอดภัย จัดทำฐานข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อใช้ในการตัดสินใจในการดำเนินการระบบเกษตรปลอดภัยสู่การพัฒนาระบบและจัดตั้งกลุ่มผู้ผลิตอาหารปลอดภัย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา โดยได้มีการดำเนินการในกลุ่มข้าว ลิ้นจี่ แคนตาลูปและพืชผัก ประมง และปศุสัตว์ ในเขตพื้นที่ต่างๆที่เป็นแหล่งการผลิตดังกล่าว ทำการเก็บข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิ นำข้อมูลมาวิเคราะห์ศักยภาพของพื้นที่ร่วมกับการ ใช้เทคนิคทางด้านสารสนเทศภูมิศาสตร์มาใช้ร่วมกับการวิเคราะห์ทางเลือกแบบหลายปัจจัย (Multiple Criteria Analysis, MCA) โดยใช้การถ่วงน้ำหนักและให้ค่าคะแนนของแต่ละปัจจัย

จากการจัดลำดับความสำคัญด้านศักยภาพในการทำการเกษตรปลอดภัยจำแนกตามประเภทการผลิต ได้แก่ ข้าว ลิ้นจี่ แคนตาลูปและพืชผัก ประมง และปศุสัตว์ พบว่า

1) ครัวเรือนเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการในการผลิตข้าว จำนวน 54 ครัวเรือน ในพื้นที่หมู่บ้านป่าแฝกดอย หมู่ 4 ตำบลป่าแฝก มีความเหมาะสมมาก 41 ครัวเรือน และเหมาะสมปานกลาง 13ครัวเรือน คิดเป็น ร้อยละ 75.93 และ 24.07 ตามลำดับ

2) ครัวเรือนเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการในการผลิตลิ้นจี่ จำนวน 40 ครัวเรือน ในพื้นที่หมู่บ้านทุ่งป่าข่า หมู่ 6 และหมู่บ้านท่าต้นหาด หมู่ 8 ตำบลศรีถ้อย มีความเหมาะสมมาก 21 ครัวเรือน และเหมาะสมปานกลาง 19 ครัวเรือน คิดเป็น ร้อยละ 60.00 และ 40.00 ตามลำดับ

3) ครัวเรือนเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการในการผลิตแคนตาลูปและพืชผัก จำนวน 62 ครัวเรือนในพื้นที่หมู่บ้านสันขวาน หมู่ 3 และหมู่บ้านป่าสัก หมู่ 5 ตำบลศรีถ้อย มีความเหมาะสมมาก 36ครัวเรือน และเหมาะสมปานกลาง 26 ครัวเรือน คิดเป็น ร้อยละ 58.06 และ 41.94 ตามลำดับ

4) ครัวเรือนเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการในการทำประมง และปศุสัตว์ จำนวน 152 ครัวเรือน ในพื้นที่หมู่บ้านบ้านเด่นโพธิ์ทองหมู่ 13 ตำบลบ้านเหล่า หมู่บ้านป่าตึงใต้ หมู่ 6 หมู่บ้านป่าตึงเหนือ หมู่ 8และ หมู่บ้านทุ่งรวงทอง หมู่ 9 ตำบลแม่ใจ พบว่าในการทำประมงนั้น มีครัวเรือนที่มีความเหมาะสมมาก 78 ครัวเรือน เหมาะสมปานกลาง 72 ครัวเรือน และ เหมาะสมน้อย 2 ครัวเรือน คิดเป็น ร้อยละ51.32 47.37 และ 1.31 ตามลำดับ ส่วนการทำปศุสัตว์นั้น มีครัวเรือนที่มีความเหมาะสมมาก 9ครัวเรือน เหมาะสมปานกลาง 141 ครัวเรือน และ เหมาะสมน้อย 2 ครัวเรือน คิดเป็น ร้อยละ 5.93 92.76 และ 1.31 ตามลำดับ

พื้นที่ที่ได้ได้รับการรับรอง GAP ในพื้นที่อำเภอแม่ใจ ที่รับรองโดยกรมวิชาการเกษตรมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมดในการผลิตแต่ละชนิด เช่น ข้าวมีพื้นที่เพาะปลูก 87,397 ไร่ มีเกษตรกรได้รับ GAP จำนวน 94 คนคิดเป็นพื้นที่ 842.5 ไร่ คิดเป็น 0.96 % ลิ้นจี่มีพื้นที่เพาะปลูก 15,590 ไร่ เกษตรกรได้รับ GAP จำนวน 36 คนคิดเป็นพื้นที่ 200 ไร่ คิดเป็น 1.28 % แคนตาลูปมีพื้นที่เพาะปลูก 356 ไร่ เกษตรกรได้รับ GAP จำนวน 2 คนคิดเป็นพื้นที่ 14 ไร่ คิดเป็น 3.93 % สัตว์บกและสัตว์น้ำ มีเนื้อที่ทำการเกษตร 441 ไร่ การผลิตสัตว์น้ำมีผู้ที่ได้การรับรองจำนวน 14 คน พื้นที่เลี้ยงรวม 15 ไร่ และสัตว์บกที่ได้รับรองมาตรฐานฟาร์มมีจำนวน 3 ฟาร์ม ปริมาณการผลิต 18,000 ตัว ซึ่งจากข้อมูลแสดงให้เห็นถึงระบบการผลิตที่ยังมีระบบการจัดการที่ดี ถูกต้องและเหมาะสม ในกระบวนการผลิตทางการเกษตรที่ได้ผลผลิตที่ปลอดภัยปราศจากการปนเปื้อนจากสารเคมีนั้นมีอยู่น้อยมากๆ เมื่อเทียบกับเนื้อที่และผลผลิตในการเพาะปลูก ผลผลิตส่วนใหญ่ที่จำหน่ายให้กับผู้บริโภคและตลาดจึงยังขาดความน่าเชื่อถือในด้านความปลอดภัย

มาตรฐานสินค้าเกษตรมีองค์ประกอบทั้งส่วนที่เป็นมาตรฐานคุณภาพในเชิงคุณลักษณะ เช่น พันธุ์ ขนาด รูปร่างสี รสชาติ ความสมบูรณ์ของผลผลิต เป็นต้น และมาตรฐานของความปลอดภัย เช่น ปลอดภัยจากสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่ตกค้างในผลผลิต หรือความปลอดภัยจากการปนเปื้อนสารเคมีหรือเชื้อโรคอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์ ซึ่งรวมทั้งความปลอดภัยตลอดกระบวนการผลิตและระหว่างการขนส่งก่อนถึงผู้บริโภคในปัจจุบันความปลอดภัยจะรวมไปถึงการปลอดจากโรคแมลงศัตรูพืช และปลอดจากโรคสัตว์ที่จะเป็นอันตราย ความปลอดภัยในอาหาร

จากข้อมูลที่ได้จากการศึกษาเบื้องต้นทางด้านศักยภาพของพื้นที่และของเกษตรกรในอำเภอแม่ใจแล้วนั้น ผู้วิจัยได้เล็งเห็นถึงความเป็นไปได้ในการผลิตอาหารแบบปลอดภัยในพื้นที่อำเภอแม่ใจโดยการให้เกษตรกรได้หันมาเปลี่ยนรูปแบบพฤติกรรมในการเพาะปลูก โดยการใช้สารเคมีร่วมกับการใช้สารชีวภาพ ประกอบการการจัดการโดยใช้ระบบเขตกรรมในการลดใช้สารเคมีในการกำจัดแมลง การทิ้งระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวเพื่อให้สารเคมีตกค้างในผลผลผลิตลดปริมาณลง จะเป็นหนทางหนึ่งที่สามารถทำให้ผลผลิตที่ได้จากการทำเกษตรมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ร่วมกับการตรวจปริมาณสารพิษตกค้างที่มีอยู่ในผลผลิตให้ผ่านการรับรองด้วยมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ จะสามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับตลาดและผู้บริโภคที่บริโภคผลผลิตที่ได้จากพื้นที่อำเภอแม่ใจ ในขณะเดียวกันการทำการวิจัยทางด้านการตลาดเพื่อหาโอกาสให้ผลผลิตเกษตรปลอดภัยอำเภอแม่ใจให้ได้ราคาที่เหมาะสม ตรงกับกลุ่มเป้าหมายก็มีความจำเป็นจะต้องได้รับการดำเนินการวิจัยต่อไป เพื่อให้การผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยของอำเภอแม่ใจมีทิศทางที่แน่นอน มีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เกษตรกรหันมาให้ความสำคัญในการผลิตแบบปลอดภัยมากกว่าที่จะขายสินค้าในราคาระดับท้องตลาดทั่วไป อย่างน้อยการที่เกษตรกรหันมาปลูกในระบบปลอดภัยก็จะเกิดประโยชน์และผลดีกับตัวเกษตรกรเองในเรื่องของสุขภาพและสภาวะแวดล้อมโดยมีสุขภาวะที่ดีขึ้นจากการลดการใช้ปุ๋ยและสารเคมีการในการผลิต มีอาหารที่ปลอดภัยจากสารเคมีได้รับประทานและเหลือไปจำหน่ายได้ในท้องถิ่นของตัวเกษตรกรเอง โดยสิ่งที่ผู้วิจัยคาดหวังไว้ก็คือผลที่ได้จากการเปลี่ยนมาเป็นระบบการผลิตแบบปลอดภัย เกษตรกรอยู่ได้ด้วยการพึ่งพาตัวเอง มีทักษะและกระบวนการที่เกิดจากภูมิปัญญา มีสินค้าเกษตรที่ได้รับความน่าเชื่อถือจากแหล่งอำเภอแม่ใจ สามารถเชื่อมโยงกับตลาดสนองความต้องการของผู้บริโภคในด้านความปลอดภัยได้อย่างแท้จริง ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์กับเกษตรกรและผู้บริโภคต่อไป