รูปแบบการจัดการความมั่นคงทางอาหารในพื้นที่ชุมชนชายฝั่งขนาดเล็ก กรณีศึกษาชุมชนบุโบย ตำบลแหลมสน อำเภอละงู จังหวัดสตูล

นักวิจัย/สังกัด :

  1. เสาวลักษณ์ รุ่งตะวันเรืองศรี
    มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  2. ทิพย์ทิวา สัมพันธมิตร
    มหาวิทยาลัยทักษิณ
  3. อัถพงศ์ ปิ่นทองพันธ์
    มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ปี พ.ศ. ที่โครงการเสร็จ : 2559

  งานวิจัยเรื่องรูปแบบการจัดการความมั่นคงทางอาหารในพื้นที่ชุมชนชายฝั่งขนาดเล็ก: กรณีศึกษาชุมชนบ้านบุโบย ตำบลแหลมสน อำเภอละงู จังหวัดสตูล มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสถานการณ8ความมั่นคงทางอาหารของชุมชนบ้านบุโบยด้านความเพียงพอและการเข้าถึงอาหารของชุมชน 2) ศึกษาปัจจัยที่เอื้อและปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อความมั่นคงทางอาหารของชุมชน และ 3) เพื่อศึกษารูปแบบการจัดการความมั่นคงทางอาหารของชุมชนและแนวทางในการจัดการความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหารในอนาคต ซึ่งมีวิธีดำเนินการวิจัย (1) ศึกษาข้อมูลเอกสาร (2) ประชุมร่วมกับชุมชนจัดตั้งทีมวิจัย (3) กำหนดประเด็นที่จะรวบรวมข้อมูล (4) พัฒนาเครื่องมือสำหรับเก็บรวบรวมข้อมูล (5) เก็บรวบรวมข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ (6) ทวนสอบข้อมูล และ (7) วิเคราะห์และสรุปข้อมูล

ผลการวิจัยพบว่า สถานการณ์ความมั่นคงทางอาหารของชุมชน ชุมชนมีปริมาณอาหารที่เพียงพอและเหมาะสม และมีส่วนเหลือสำหรับส่งออกนอกชุมชนได้ในปริมาณมาก มีชนิดอาหารที่หลากหลาย อาหารที่บริโภคสอดคล้องกับวัฒนธรรมของชุมชน ชุมชนมีความสามารถในการเข้าถึงอาหารได้ทั้งในแง่ระยะทาง ภูมิปัญญา ทักษะ ประสบการณ์ การมีที่ดินทำกิน การมีสิทธิเข้าถึงทรัพยากรได้อย่างเท่าเทียม ชุมชนมีรายได้ครัวเรือนเฉลี่ยต่อเดือนไม่สูง แต่ชุมชนใช้เงินในการซื้ออาหารในสัดส่วนที่น้อย ชาวบ้านในชุมชนบุโบยมีอาหารหมู่โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และพลังงานถูกต้องตามหลักโภชนาการและเพียงพอ แต่สำหรับวิตามินและเกลือแร่บางชนิดยังอาจมีไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินเอและวิตามินซี ไม่ปรากฏข้อมูลผู้ขาดสารอาหารในชุมชน ชุมชนรับประทานอาหารที่สด สะอาด ปลอดภัยจากสารเคมีปนเปื้อน ชุมชนต้องพึ่งพาการซื้อน้ำจากแหล่งซื้อขาย ซึ่งอาจทำให้ค่าใช้จ่ายของครอบครัวมีมูลค่าสูงขึ้น และหากต้องพึ่งพามากเกินไปอาจมีความเสี่ยงในเรื่องการมีน้ำสะอาดเพื่อการบริโภค ชุมชนมีภูมิปัญญาเกี่ยวกับแหล่งที่อยู่ของอาหาร ภูมิปัญญาในการดูแลรักษาแหล่งอาหาร ภูมิปัญญาเกี่ยวกับสภาพดินฟ้าอากาศ ภูมิปัญญาการจับสัตว์น้ำ และภูมิปัญญาด้านการใช้เครื่องมือในการหาอาหาร ด้านที่พิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถจับสัตว์น้ำได้อย่างอุดมสมบูรณ์มาเป็นเวลานับร้อยปี แสดงให้เห็นถึงความมีเสถียรภาพของอาหาร ชุมชนยังไม่มีการถ่ายทอดความรู้อย่างเป็นทางการ แต่มีการสอนจากพ่อแม่ถึงลูกด้วยการให้ติดตามออกไปร่วมกิจกรรมการจับหาอาหาร หรือการทำให้ดูมากกว่า คนรุ่นหลังยังคงมีความรู้เกี่ยวกับแหล่งทรัพยากรและการนำทรัพยากรมาใช้ประโยชน์เป็นอย่างดี แต่อาจจะไม่มีความชำนาญในการลงมือทำ ชุมชนมีการปรับตัวต่อความเสี่ยงของความไม่มั่นคงทางอาหารด้วยการพยายามสร้างแหล่งอาหารขึ้นมาทดแทนหรือพยายามอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งอาหารเป็นบางชนิด แต่ยังไม่มีการพัฒนาในเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ

ปัจจัยที่เอื้อต่อการจัดการความมั่นคงทางอาหารของชุมชนบ้านบุโบยคือ ชาวบ้านชุนชนบ้านบุโบยมีการยึดถือหลักคำสอนตามศาสนาอิสลาม การมีความสัมพันธ์แบบเครือญาติ วิถีชีวิตวัฒนธรรมของชุมชน การใช้ภูมิปัญญาที่สั่งสม การสร้างกระบวนการเรียนรู้และการหารือ การมีสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากร ภาวะผู้นำของกลุ่มและชุมชน ที่ดิน (ทรัพยากร) ทุน แรงงาน ตลาด เทคโนโลยี ทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้ ระบบนิเวศและจำนวนที่หลากหลาย ปริมาณอุดมสมบูรณ์ แผนแม่บทการจัดการทะเลไทย พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2558 ส่วนปัจจัยอุปสรรคต่อการจัดการความมั่นคงทางอาหารของชุมชนบ้านบุโบยคือ คนรุ่นหลังที่อาจไม่สนใจ ชุมชนมีรายได้และเงินออมน้อย นโยบายการพัฒนาที่ส่งผลกระทบได้รูปแบบการจัดการความมั่นคงทางอาหารที่มีทั้งรูปแบบเดิมในปัจจุบันที่ดีอยู่แล้ว และรูปแบบที่ควรเพิ่มเติม ทั้งในระดับของชุมชนเอง และระดับที่ต้องการการส่งเสริมจากหน่วยงานอื่น โดยรูปแบบการจัดการประกอบด้วย กระบวนการด้านการป้องกัน กระบวนการด้านการอนุรักษ์ กระบวนการด้านการฟื้นฟู และกระบวนการด้านการพัฒนาชุมชนมีรูปแบบการจัดการที่ใช้กลไกทางสังคม การปรึกษาหารือ การร่วมคิดร่วมวางแผนในการแก้ปัญหา โดยมีทั้งกระบวนการป้องกัน อนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนา เช่น การกำหนดและเคารพกฎขอบเขตและกติกาในการใช้ทรัพยากร การเฝ้าระวังดูแลทรัพยากร การหาอาหารที่สอดคล้องกับวิถีสมดุลธรรมชาติและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบ การแบ่งปันกันหาทรัพยากร การปฏิบัติตามกฎระเบียบ การรวมกลุ่มเพื่อป้องกัน อนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาแหล่งอาหาร ผลการวิจัยดังกล่าวนำไปสู่แนวทางการจัดการความมั่นคงทางอาหารทั้งการนำรูปแบบเดิมที่มีการจัดการอยู่ในปัจจุบันที่ดีอยู่แล้วมาส่งเสริมให้มากขึ้น และการนำแนวทางอื่นๆ เสริมเพิ่มเติมเข้าไปเพื่อให้การจัดการแหล่งอาหารและทรัพยากรเกิดความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืนในอนาคต