การศึกษาห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจเครื่องแกงในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

นักวิจัย/สังกัด :

  1. นายอดิศร สังข์คร
    มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
  2. นางสาวนงลักษณ์ ผุดเผือก
    มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

ปี พ.ศ. ที่โครงการเสร็จ : 2557

  งานวิจัยเรื่องการศึกษาห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจเครื่องแกงในจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีวัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้เพื่อศึกษาปัจจัยนำเข้าในกระบวนการผลิตเครื่องแกง ศึกษากระบวนการผลิตตามมาตรฐานแนวทางการผลิตอาหารตามหลักเกณฑ์ที่ดี ศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด ศึกษาเส้นทางการขนส่งของผลิตภัณฑ์ และศึกษาแนวทางการเตรียมความพร้อมของผู้ผลิตในการรองรับมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร โดยรวบรวมข้อมูลจากผู้ประกอบการธุรกิจเครื่องแกงในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 3 รูปแบบ ได้แก่ ผู้ประกอบการเจ้าของคนเดียว ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการบริษัทจำกัด รวมจำนวน 12 ราย

สำหรับปัจจัยที่นำเข้าเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตเครื่องแกงของผู้ประกอบการ ประกอบด้วย (1) วัตถุดิบในการผลิต ได้แก่ พริกแห้ง พริกสด กระเทียม หอมแดง ขมิ้น กระชาย เกลือ พริกไทย ตะไคร้ และข่า (2) แรงงาน และ (3) โรงเรือนและเครื่องจักร ประกอบด้วย เครื่องบด เครื่องหั่น เครื่องตีผสม เครื่องล้าง เครื่องสุญญากาศ เครื่องปิดผนึก และโรงเรือน สำหรับมูลค่าการลงทุนของธุรกิจผู้ประกอบการเจ้าของคนเดียวลงทุน 320,000 บาท ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนใช้เงินลงทุน 357,100 บาท ผู้ประกอบการบริษัทจำกัดใช้เงินลงทุน 727,000 บาท

การผลิตเครื่องแกงของผู้ประกอบการทั้ง 3 รูปแบบ ส่วนใหญ่จะผลิตเครื่องแกงจำนวน 3 ชนิด ได้แก่ เครื่องแกงส้ม เครื่องแกงคั่ว และเครื่องแกงเขียวหวาน ผู้ประกอบการเจ้าของคนเดียวผลิตเครื่องแกง 6,000 กิโลกรัมต่อเดือน ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนผลิตเครื่องแกง 1,500 กิโลกรัมต่อเดือน ผู้ประกอบการบริษัทจำกัดผลิตเครื่องแกง 8,000 กิโลกรัมต่อเดือน ในส่วนของราคาจำหน่ายผู้ประกอบการจะจำหน่ายเครื่องแกงทั้ง 3 ชนิดในราคาเดียวกัน โดยที่ผู้ประกอบการเจ้าของคนเดียวจะจำหน่ายเครื่องแกงในราคาปลีก 110 บาทต่อกิโลกรัม จำหน่ายส่งในราคา 90 บาทต่อกิโลกรัม ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน จำหน่ายเครื่องแกงในราคาปลีก 120 ต่อกิโลกรัม จำหน่ายส่งในราคา 100 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนผู้ประกอบการบริษัทจำกัดจำหน่ายเครื่องแกงในราคาปลีก 120 บาทต่อกิโลกรัม และจำหน่ายส่งในราคา 90 บาทต่อกิโลกรัม

การจำหน่ายสินค้าผู้ประกอบการ มีด้วยกัน 3 รูปแบบ คือ ขายส่ง ขายปลีก และฝากขาย สำหรับเส้นทางการขนส่งเพื่อกระจายสินค้าไปยังผู้บริโภคนั้น ผู้ประกอบการเจ้าของคนเดียวมีการกระจายสินค้าอยู่ในจังหวัดเพียงอย่าง ส่วนผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนและบริษัทจำกัดจะมีการกระจายสินค้าทั้งในและนอกจังหวัด การผลิตเครื่องแกงของผู้ประกอบการ จากการประเมินตามมาตรฐานแนวทางการผลิตอาหารตามหลักเกณฑ์ที่ดี (GMP) จำนวน 6 ด้าน ประกอบด้วย ด้านสถานที่ตั้ง และอาคารผลิต ด้านเครื่องมือเครื่องจักรและอุปกรณ์ในการผลิต ด้านการควบคุมกระบวนการผลิต ด้านการสุขาภิบาล ด้านการบำรุงรักษาและการทำ ความสะอาด และด้านบุคลากรและสุขลักษณะผู้ปฏิบัติงาน พบว่า ผู้ประกอบการบริษัทจำกัดสามารถปฏิบัติได้ตามเกณฑ์มาตรฐานมากกว่าผู้ประกอบการรูปแบบอื่นสำหรับแนวทางการเตรียมความพร้อมในการรองรับมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร ตามกรอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนน้ำพริกแกง (มผช.129/2546) จำนวน 4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านคุณลักษณะที่ต้องการ ด้านสุขลักษณะ ด้านการบรรจุ และด้านเครื่องหมายและฉลาก พบว่า ด้านที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเจ้าของคนเดียวและวิสาหกิจชุมชนมากที่สุดคือด้านเครื่องหมายและฉลาก เนื่องจากการจำหน่ายเครื่องแกงนั้นเป็นการจำหน่ายแบบแบ่งขายจึงทำให้ยากต่อการทำฉลาก

ในส่วนของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางธุรกิจเพื่อกำหนดเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจ จึงได้แนวทางดังนี้ (1) รักษามาตรฐานสินค้า (2) เข้าร่วมแข่งขันหรือประกวดเพื่อเน้นการสร้างชื่อเสียง (3) สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า (4) ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานภาครัฐ (5) ขอรับการสนับสนุนบุคลากรจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้ (6) เน้นการตลาดโดยการทำป้ายชื่อสินค้าหรือกิจการ (7) ขอรับการสนับสนุนจากสถาบันการเงิน (8) ส่งเสริมให้ชาวบ้านหรือสมาชิกกลุ่มปลูกวัตถุดิบเอง (9) ปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ และ (10) ส่งเสริมบุคลากรในการอบรมหรือศึกษาดูงานเพื่อพัฒนา