ปัญหา อุปสรรค และแนวทางการลงทุนในอาเซียนของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย เปรียบเทียบร้านอาหารไทยและอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป

นักวิจัย/สังกัด :

  1. อาจารย์ ดร.เนตรนภา ยาบุชิตะ
    มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ปี พ.ศ. ที่โครงการเสร็จ : 2557

  อุตสาหกรรมอาหารถือเป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์อันดับต้นๆ ของไทย เป็นอุตสาหกรรมบุกเบิกเนื่องจากไทยที่มีความได้เปรียบเชิงแข่งขันอย่างโดดเด่น ไม่เพียงแต่ผลิตเพื่อเลี้ยงประชากรในประเทศได้แล้ว ยังเหลือพอที่จะส่งออกไปยังต่างประเทศ มีการพัฒนาเทคโนโลยีของตนเองอย่างต่อเนื่อง และสามารถนำเงินตราเข้าประเทศได้ปีละกว่า 1 ล้านล้านบาท โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยๆ ได้แก่ ข้าว น้ำตาลทราย แป้ง มันสำปะหลัง เครื่องปรุงรส อาหารแปรรูป (เช่น ไก่และสัตว์ปีก อาหารกระป๋อง สินค้าพร้อมรับประทานพร้อมปรุง) แปรรูปสัตว์น้ำ (เช่น กุ้งแช่แข็ง ปลาทูน่าแปรรูป) ผักและผลไม้แปรรูป น้ำผลไม้ นม ซึ่งรวมถึงร้านอาหารไทยที่ไปเปิดในต่างประเทศ

รัฐบาลไทยโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ได้ริเริ่มโครงการ “ครัวไทยสู่ครัวโลก” มาตั้งแต่ปี 2545 และเมื่อปี 2549 ได้มอบเครื่องหมาย Thai Select ให้แก่ร้านอาหารไทยในต่างประเทศ และในปี 2555 ได้ขยายการมอบเครื่องหมาย Thai Select ให้แก่ร้านอาหารไทยในประเทศไทยและผลิตภัณฑ์อาหารไทย โดยเฉพาะสินค้าพร้อมรับประทาน (ready to eat) หรือพร้อมปรุง (ready to cook) เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของอาหารไทย และเผยแพร่อาหารไทยสู่ผู้บริโภคชาวต่างประเทศ เป็นการกระตุ้นความต้องการบริโภคอาหารไทย วัตถุดิบและเครื่องปรุงอาหารไทย และเพื่อให้แบรนด์ Thai Select เป็นที่รู้จักมากขึ้น

วัตถุประสงค์ในการวิจัย 1) เพื่อศึกษาสาเหตุของการตัดสินลงทุนในอาเซียนของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย ทำไมถึงลงทุนในประเทศนั้น ทำไมลงทุนในธุรกิจร้านอาหารและสินค้าอาหารแปรรูป(ไม่ใช่ลงทุนในกิจการอื่นๆ) และ 2) เพื่อศึกษาหาปัญหา อุปสรรค แนวทาง และตัวอย่างการบริการจัดการที่เป็น Best Practice (บริษัทที่มีชื่อเสียงดำเนินธุรกิจในต่างประเทศนานกว่า 3ปีขึ้นไป และมีผลกำไร) ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทยในธุรกิจร้านอาหารไทยและสินค้าอาหารแปรรูปที่ไปลงทุนในอาเซียน ในด้านการผลิต ลงทุน การตลาด การเงิน และทรัพยากรมนุษย์ รวมทั้งปัจจัยภายนอกองค์กรด้วย เช่น กฎหมาย นโยบายของรัฐบาลท้องถิ่น เป็นต้น โดยมีวิธีการวิจัยใช้ระเบียบวิจัยเชิงคุณภาพที่ให้ผลการวิจัยดังนี้

ผลการศึกษาพบว่าธุรกิจร้านอาหารไทยในอาเซียนมีการแข่งขันไม่รุนแรง จำนวนร้านอาหารไทยในอาเซียนยังมีน้อย เมื่อเทียบกับร้านอาหารไทยในประเทศพัฒนาแล้ว แต่มีศักยภาพสูงมากเพราะผู้บริโภคชนชั้นกลางในประเทศนั้นๆ รวมทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติมีจำนวนเพิ่มขึ้น และมีแนวโน้มที่ชื่นชอบอาหารไทย แม้จะมีราคาแพงกว่าอาหารท้องถิ่นก็ตาม ในขณะที่ธุรกิจส่งออกสินค้าอาหารแปรรูปไทยรุกเข้าตลาดอาเซียนโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม) อย่างเห็นได้ชัด ตามซูเปอร์มาเก็ตต่างๆ มีอาหารสำเร็จรูปจากไทยวางขายอยู่มากมาย

ปัจจัยสำคัญของความสำเร็จของการทำธุรกิจร้านอาหารไทย คือ การมีพาร์ทเนอร์/หุ้นส่วนท้องถิ่นที่ดี การระดมเงินทุน การมีบริษัทเทรดเดอร์/ซัพพลายเออร์หาวัตถุดิบที่มีความสามารถ ทำเลที่ตั้งและค่าเช่าของร้าน เซฟใหญ่และพ่อ/แม่ครัวคนไทยประจำร้านสาขา กลยุทธ์การตลาด และการบริหารทรัพยากรมนุษย์ตามลำดับ ในอีกด้านหนึ่งปัจจัยสำคัญของความสำเร็จของการทำธุรกิจส่งออกสินค้าอาหารแปรรูปไทย คือ เงินทุน การมีผู้กระจายสินค้า (Distributor) ที่น่าเชื่อถือและมีความสามารถ การขาดความรู้เรื่องการส่งออก (วิธีการขอลดภาษี การขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐบาล มาตรฐานสินค้าส่งออก เป็นต้น) และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (รสชาติ กลิ่น สี บรรจุภัณฑ์ ฉลากสินค้า) ให้เข้ากับรสนิยมของผู้บริโภค

จากการศึกษาพบว่าหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนตื่นตัวอย่างมากในการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย เพื่อส่งออกสินค้าอาหารไทยไปอาเซียน และส่งเสริมการลงทุนร้านอาหารไทยในต่างประเทศตามนโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก” ของรัฐบาล เห็นได้จากมีหน่วยงานต่างๆ จัดกิจกรรมสัมมนา อบรม การพาไปดูงานต่างประเทศ ร่วมงานแสดงสินค้า และการจับคู่ธุรกิจอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ แต่จากการสำรวจภาคสนามพบว่า ข้อมูลในงานสัมมนามักนำเสนอภาพรวมกว้างๆ ระดับประเทศ สำหรับข้อมูลเชิงลึกในเรื่องกฎระเบียบของข้อบังคับ (เช่น การจัดตั้งร้านอาหารไทย การนำเข้าพ่อครัว/แม่ครัว การส่งออกสินค้า) และการกีดกันทางการค้า ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจร้านอาหารไทยและสินค้าอาหารแปรรูป ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องค้นคว้าศึกษาหาเอง ทำให้ต้นทุนในการลองผิดลองถูกสูงมาก จึงเป็นเหตุให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวนไม่มากนักที่สนใจและมุ่งมั่นทำธุรกิจอย่างจริงจัง

นอกจากนี้การร่วมงานแสดงสินค้า รวมทั้งการจับคู่ธุรกิจจากการสนับสนุนของหน่วยงานรัฐบาลที่ผ่านมามักไม่ค่อยประสบความสำเร็จ การหาพาร์ทเนอร์ที่ไว้ใจได้เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา การรุกธุรกิจเองโดยตรงซึ่งต้องอาศัยความอุตสาหะอย่างแรงกล้า และการเข้าไปตั้งหลักปักฐานในพื้นที่อย่างจริงจัง กลับกลายเป็นปัจจัยความสำเร็จสำคัญ และเป็นความลับทางธุรกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยที่ผ่านมา

ข้อเสนอแนะ ผู้วิจัยได้เสนอแนะทางนโยบายแก่รัฐใน 3 ด้านคือ ข้อเสนอแนะทางนโยบายต่อธุรกิจร้านอาหารไทย ข้อเสนอแนะทางนโยบายต่อธุรกิจส่งออกอาหารแปรรูป และข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยในอนาคต