การจัดการธุรกิจอุตสาหกรรมการบริการ จากการพัฒนาพื้นที่ในเขตชายแดน จังหวัดเชียงราย : ที่พัก ร้านอาหาร

นักวิจัย/สังกัด :

  1. ดร.ปิยธิดา เพียรลุประสิทธิ์
    มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
  2. ดร.ชัชชญา ยอดสุวรรณ
    มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

ปี พ.ศ. ที่โครงการเสร็จ : 2558

  การศึกษาเรื่อง “การจัดการธุรกิจอุตสาหกรรมการบริการจากการพัฒนาพื้นที่ในเขตชายแดน จังหวัดเชียงราย กรณีที่พักและร้านอาหาร” มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาสภาพ อุปสรรค และโอกาสในมุมมองของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของธุรกิจอุตสาหกรรมการบริการต่อการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนในพื้นที่เชียงแสน จังหวัดเชียงราย รวมถึงศึกษาการเปลี่ยนแปลงจากการเกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษบ้านต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ที่มีต่อธุรกิจอุตสาหกรรมการบริการในเขตชายแดนฝั่งไทย จังหวัดเชียงราย และเพื่อเสนอแนะนโยบายต่อรัฐในการสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมการบริการ การศึกษาในครั้งนี้ใช้วิธีวิจัยเชิงผสานแบบลำดับขั้นโดยใช้วิธีวิจัยทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ในขั้นแรก ดำเนินการเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามจำนวน 336ชุด โดยทำการสำรวจทั้งในกลุ่มของคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวผู้ใช้บริการ เก็บข้อมูลขั้นสุดท้ายโดยการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนได้เสียจากภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการที่พักและร้านอาหาร องค์กรท้องถิ่น จำนวน 15 ราย

ผลการศึกษาพบว่า

1. สภาพ อุปสรรค และโอกาสในมุมมองของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของธุรกิจอุตสาหกรรมการบริการในท้องที่ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนในพื้นที่เชียงแสน จังหวัดเชียงราย
จากการพัฒนาพื้นที่ในเมืองต้นผึ้งแขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว) โดยบริษัทจินมูเหมินจากัด (กลุ่มดอกงิ้วคา) ชื่อโครงการ “Kings Romans of Laos Asian economic and tourism development zone” ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเน้นการค้าและการบริการอย่างครบวงจรทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางผ่านชายแดนเชียงแสนเพื่อไปใช้บริการ ดังนั้นพื้นที่ชายแดนเชียงแสน จังหวัดเชียงรายควรมีการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ผลจากการศึกษาพบว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียส่วนใหญ่คิดเห็นว่าการเกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่บ้านต้นผึ้ง ไม่มีผลกระทบกับเศรษฐกิจในอำเภอเชียงแสน ในขณะที่อีกกลุ่มยอมรับว่ามีผลอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก สามารถกล่าวได้ว่าการพัฒนาธุรกิจในพื้นที่บ้านต้นผึ้งมีผลบ้างกับกลุ่มธุรกิจที่ตั้งอยู่ในเขตใกล้สามเหลี่ยมทองคำ หรือกลุ่มที่มีการเกื้อหนุนกันมากกว่ากลุ่มธุรกิจหรือองค์กรในพื้นที่ชายแดนอำเภอเชียงแสนโดยรวม มุมมองผู้ทั้งภาครัฐและเอกชนเห็นคล้อยไปในทิศทางเดียวกันว่า อำเภอเชียงแสนมีจุดแข็งและโอกาสหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านที่ตั้งที่เป็นชายแดนสามแผ่นดินมีเรื่องราวของพื้นที่ที่น่าสนใจมีแหล่งดึงดูดใจเป็นที่รู้จักทั้งด้านธรรมชาติและวัฒนธรรม อำเภอเชียงแสนสามารถเข้าถึงได้หลายทาง มีการพัฒนาด้านสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น อีกทั้งมีธุรกิจที่พักและร้านอาหารในระดับที่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้บริการ แต่โบราณสถานที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญตั้งปะปนกับบ้านเรือนในชุมชนก็เป็นอุปสรรคในการพัฒนาทำให้ไม่สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มที่ บุคลากรที่ให้บริการที่พักและร้านอาหารยังขาดทักษะการบริการที่เป็นสากลและด้านภาษา นักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้นแต่ก็มีหลายกลุ่มที่เดินทางมาแวะเที่ยวเชียงแสนและกลับไปพักที่อื่น ทำให้ธุรกิจที่พักไม่ได้รับรายได้จากการที่จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างเต็มที่ นอกจากนี้การท่องเที่ยวยังไม่ถือเป็นรายได้หลักของคนเชียงแสนจึงทำให้คนท้องถิ่นและชุมชนเวียงเชียงแสนอาจยังไม่ให้ความสำคัญมากเท่าไหร่นักจึงทำให้ยังมีการจัดการการท่องเที่ยวที่ยังไม่เข้มแข็งเท่าที่ควร และการเป็นเมืองชายแดนและการบริหารจัดการที่มีการประสานงานไม่ชัดเจนและต่อเนื่องยังเป็นจุดอ่อนและอุปสรรคในการพัฒนา อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายก็ยังมองว่าธุรกิจอุตสาหกรรมการบริการและการท่องเที่ยวของอำเภอเชียงแสนมีโอกาสที่จะเติบโตและพัฒนาให้เป็นเมืองชายแดนที่น่ามาเยี่ยมเยือนได้ในอนาคตถ้าสามารถแก้ไขจุดอ่อนและอุปสรรคต่างๆเหล่านี้ได้

2. แนวทางการจัดการเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงและผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมการบริการ
การศึกษาครั้งนี้ได้นำเสนอกลยุทธ์และแนวทางในการจัดการธุรกิจที่พักและร้านอาหารโดยใช้เครื่องมือ TOWS Matrix โดยเสนอแนวทางการจัดการให้ทั้งภาครัฐ หน่วยงานท้องถิ่นและภาคธุรกิจ ที่เน้นในเรื่องกลยุทธ์เชิงแก้ไข (WO Strategy) โดยการเอาชนะจุดอ่อนโดยใช้โอกาสของพื้นที่ สามารถนำมาเสนอแนะกลยุทธ์ของอำเภอเชียงแสนเพื่อสร้างความเข้มแข็งในท้องถิ่นโดยการสร้างอัตลักษณ์ คือ กลยุทธ์ระดับภาครัฐ กลยุทธ์ระดับหน่วยงานท้องถิ่น และกลยุทธ์ระดับหน่วยธุรกิจ เน้นประเด็นด้านงบประมาณ ประชาสัมพันธ์ ด้านที่ตั้ง ด้านการอบรม ด้านการส่งเสริมการพัฒนาท้องถิ่นและการเข้าหาแหล่งทุน

3. เสนอแนะนโยบายต่อรัฐในการสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมการบริการ
การศึกษานี้เสนอแนะนโยบายต่อภาครัฐในการสนับสนุนธุรกิจอุตสาหกรรมบริการพื้นที่ชายแดนเชียงแสนออกเป็น 2 ระดับ คือนโยบายรัฐและนโยบายท้องถิ่น ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยนโยบายรัฐ มีการเสนอแนะนโยบายทั้งหมด 3 ด้านด้วยกัน ได้แก่ ด้านงบประมาณ ด้านที่ตั้ง และด้านประชาสัมพันธ์ ส่วนนโยบายท้องถิ่น เน้นเสนอนโยบายด้านที่ตั้ง