การเลี้ยงไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่เป็นอาชีพเสริมการทำนา ไร่สับปะรด และรับจ้างทั่วไปอย่างยั่งยืนของเกษตรกรหุบเขาโป่งพระบาท ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

นักวิจัย/สังกัด :

  1. นายจรัญ ใจลังกา
    ศูนย์วิจัยและพัฒนาการปศุสัตว์เขต 5

ปี พ.ศ. ที่โครงการเสร็จ : 2556

  โครงการวิจัยเรื่องการเลี้ยงไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่เป็นอาชีพเสริมการทำนา ไร่สับปะรด และรับจ้างทั่วไปอย่างยั่งยืนของเกษตรกรหุบเขาโป่งพระบาท ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างอาชีพเลี้ยงไก่ประดู่หางดำ โดยใช้วัตถุดิบ/ทรัพยากรเอื้อในพื้นที่ ให้เกิดการใช้ประโยชน์ในการลดต้นทุนการเลี้ยงไก่ประดู่หางดำแก่เกษตรกร และเพื่อศึกษาต้นทุนการเลี้ยงไก่ประดู่หางดำ ผลตอบแทนและรูปแบบการผลิตไก่ประดู่หางดำพันธุ์แท้เพื่อสร้างอาชีพแก่เกษตรกร โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการจำนวน 16 ราย ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ใน 2 จังหวัด คือ บ้านโป่งพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย และอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง เกษตรกรได้ทำการผลิตไก่ประดู่หางดำด้วยรูปแบบการเลี้ยง 2 รูปแบบ ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 รูปแบบการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ผลิตลูกโดยใช้ตู้ฟักและผลิตลูกแบบแม่ฟักธรรมชาติ (เกษตรกร 6 ราย ได้แก่ รูปแบบแม่ฟักธรรมชาติ 4 ราย และรูปแบบใช้เทคโนโลยีตู้ฟัก 2 ราย) และกลุ่มที่ 2 รูปแบบการเลี้ยงลูกไก่ผลิตเป็นไก่ขุน 10 ราย โดยใช้อาหารสำเร็จรูปร่วมกับพืชอาหารหยาบอื่นๆ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ผลการดำเนินงานพบว่า

1. รูปแบบการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ โดยมีระบบการฟักไข่ 2 วิธี ประกอบด้วย การผลิตลูกแบบฟักธรรมชาติ และการผลิตลูกแบบใช้เทคโนโลยีตู้ฟัก

1.1 การผลิตลูกไก่แบบฟักธรรมชาติ เกษตรกร 4 ราย เลี้ยงลูกไก่พ่อแม่พันธุ์ประดู่หางดำพันธุ์แท้ แบบกึ่งขังกึ่งปล่อย เมื่อแม่ไก่ให้ไข่เกษตรกรให้แม่กกไก่ตามธรรมชาติ โดยขังไว้ในสุ่มหรือกรงไม้ ในเวลากลางคืนคลุมด้วยผ้าหรือพลาสติกกันลม เกษตรกรเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ จำนวน 61 ตัว (พ่อพันธุ์ 12 ตัว แม่พันธุ์ 49 ตัว) ผลจากการผลิตแม่ไก่ให้ไข่ 3 รุ่น/ปี อัตราการให้ไข่เฉลี่ย 15 ฟอง/รุ่น/แม่ ได้ปริมาณไข่ทั้งหมด 2,176 ฟอง อัตราฟักร้อยละ 74.0 เกษตรกรสามารถผลิตลูกไก่รวม 1,695 ตัว

1.2 การผลิตลูกแบบใช้ตู้ฟัก เกษตรกร 2 ราย เลี้ยงไก่พ่อแม่พันธุ์ รวมทั้งหมด 352 ตัว (พ่อพันธุ์ 52 ตัว แม่พันธุ์ 300 ตัว) (สัดส่วน 1:6) โดยมีแม่พันธุ์ที่เริ่มให้ผลผลิตได้ 100 ตัว (จากเกษตรกร 1 ราย) สำหรับแม่พันธุ์อีก 150 ตัว ปัจจุบันอายุ 5เดือน จึงยังไม่ให้ผลผลิต การผลิตลูกไก่ เกษตรกรได้ปริมาณไข่ทั้งหมด 12,674 ฟอง/ปี (อัตราให้ไข่ 129 ฟอง/แม่) อัตราฟักร้อยละ 81.0 สามารถผลิตลูกไก่ได้ 10,266 ตัว

สำหรับจำหน่ายให้เกษตรกรผลิตไก่ขุนในราคาตัวละ 20 บาท มีต้นทุนการผลิตลูกไก่เฉลี่ย 19.82 บาท (กรณีแม่ฟักธรรมชาติ) และ 17.31 บาท (กรณีใช้ตู้ฟัก)

2. รูปแบบการผลิตไก่ขุน เกษตรกร 10 ราย ซื้อลูกไก่จากกลุ่มผลิตลูกไก่ของโครงการ เลี้ยงเพื่อผลิตเป็นไก่ขุนโดยเลี้ยงเป็นแบบกึ่งขังกึ่งปล่อย และมีบริเวณพื้นที่ปล่อยสำหรับไก่เพื่อลดความเครียด เกษตรกรเลี้ยงลูกไก่ รวม 2,760 ตัว (เฉลี่ยรายละ 276 ตัว) เกษตรกรได้ผลผลิตทั้งหมด 2,595 ตัว (ผลิต 1 รุ่น) อัตราการตายเฉลี่ยร้อยละ 6.8 ระยะเวลาการเลี้ยงเฉลี่ย 95 วัน ได้น้ำหนักเฉลี่ย 1.23 กก./ตัว ราคาจำหน่าย 100 บาท/กก. มีต้นทุนรวม 28,049.42 บาท ต้นทุนเฉลี่ย 90.3 บาท/กิโลกรัม มีผลตอบแทนการผลิตเฉลี่ย 31,530 บาท/ราย/ปี มีกำไรสุทธิ 3,480.58 บาท/ปี

เกษตรกรผลิตลูกไก่ (กรณีใช้ตู้ฟัก) มีผลตอบแทน 219,326.5 บาท/ปี สำหรับเกษตรกรผลิตลูกไก่ (กรณีแม่ไก่ฟักธรรมชาติ) มีต้นทุนรวม 33,597.2 บาท/ปี ได้รับผลตอบแทน 34,350 บาท/ปี มีกำไรสุทธิ 752.8 บาท/ปี

การเปรียบเทียบต้นทุน รายได้และกำไร ในแต่ละรูปแบบผลิต ผลการศึกษาต้นทุนการเลี้ยงไก่ประดู่หางดำ และผลตอบแทน (รายได้) ในแต่ละรูปแบบการผลิต พบว่า การผลิตลูกไก่แบบแม่ฟักธรรมชาติ เกษตรกรมีกำไรจากการผลิต 752.80 บาท/ปี การผลิตลูกไก่แบบใช้ตู้ฟัก มีกำไรจากการผลิต 36,748.50 บาท/ปี และเกษตรกร ผลิตไก่ขุนมีกำไรจากการผลิต 3,480.60บาท/ปี

เมื่อเปรียบเทียบรายได้ และกำไรการผลิตไก่ ทั้ง 3 รูปแบบ กล่าวได้ว่า เกษตรกรที่ผลิตลูกไก่เพื่อจำหน่ายให้กลุ่มผลิตไก่ขุน (ใช้ตู้ฟัก) มีปริมาณกำไรสูงสุด (ร้อยละ 14.40 ของรายได้รวม) และต่ำสุดคือ เกษตรกรผลิตลูกแบบแม่ฟักธรรมชาติ (ร้อยละ 2.20 ของรายได้รวม) ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งนี้เนื่องจากปริมาณการเลี้ยง (จำนวนพ่อแม่พันธุ์) และการผลิตแบบฟักธรรมชาติที่มีการสูญเสียลูกไก่มากกว่าการผลิตแบบใช้ตู้ฟัก

ผลการผลิตไก่ประดู่หางดำของเกษตรกรในโครงการมนรอบ 1 ปี สามารถสร้างรายได้เสริมจากการผลิตร่วมกับการผลิตเกษตรอื่นๆ (การทำนา ทำไร่สับปะรด) และอาชีพรับจ้างทั่วไป เกษตรกรมีการพัฒนาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ทั้งด้านองค์ความรู้ การเลี้ยง การจัดการโรงเรือนเพื่อลดการสูญเสียระหว่างการผลิต มีการเรียนรู้และจัดการร่วมกันในการลดต้นทุนอาหารสำเร็จรูปซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตสำคัญ โดยการใช้วัตถุดิบหรือทรัพยากรที่มีในพื้นที่ เสริมร่วมกับการใช้อาหารสำเร็จรูป กลุ่มเกษตรกรมีศักยภาพ มีความสามารถในการผลิตพันธุ์เอง (มีเกษตรกรผลิตลูกไก่โดยใช้เทคโนโลยีตู้ฟัก 2 ราย) เพื่อขยายเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองในพื้นที่ แต่จะต้องมีการบริหารจัดการกลุ่ม การวางแผนการผลิตเพื่อสร้างอาชีพให้เกษตรกรมีรายได้อย่างยั่งยืน ผลตอบแทนการผลิตที่เกษตรกรได้รับ ร้อยละ 2.2- 14.4 ของรายได้ ควรมีแนวทางในการลดต้นทุนเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรมากขึ้น