รูปแบบการสร้างสำนึกเยาวชนเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งอาหารของชุมชน กรณีศึกษาพื้นที่ป่าสาธารณะประโยชน์โคกหนองกุง ตำบลนาแก อำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู ระยะที่ 1

นักวิจัย/สังกัด :

  1. จำเนียร มัตกิต และคณะ

ปี พ.ศ. ที่โครงการเสร็จ : 2556

  โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์และพัฒนาการความสัมพันธ์ระหว่างเด็กและเยาวชนกับการเรียนรู้ที่ได้จากผู้เฒ่าผู้แก่เรื่องการหาอาหารตามธรรมชาติของชุมชนในพื้นที่ป่าสาธารณะประโยชน์โคกหนองกุงจากอดีตถึงปัจจุบัน 2) เพื่อศึกษาความเปลี่ยนแปลงของป่าสาธารณะประโยชน์โคกหนองกุงและผลกระทบที่มีต่อเด็กและเยาวชนทั้ง 3 หมู่บ้านตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน 3) เพื่อศึกษาคุณค่า มูลค่าและความหลากหลายของอาหารของป่าทั้งพืชและสัตว์ที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน 4) เพื่อค้นหารูปแบบสร้างสำนึกเยาวชนเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งอาหารของชุมชน พื้นที่ป่าสาธารณะประโยชน์โคกหนองกุง โดยรูปแบบในการวิจัยเน้นการเรียนรู้ของเยาวชน ผู้นำ แกนนำหมู่บ้าน โรงเรียน

ผลการวิจัย พบว่าป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองกุงแต่ก่อนเป็นป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์มีเนื้อที่ 2,278ไร่ 1งาน 34 ตารางวา เป็นแหล่งหาอยู่หากินของชาวบ้าน 3 หมู่บ้าน คือ หนองค้อ บ้านหนองสิม และบ้านค้อใหม่ เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้หลากหลายชนิดโดยเฉพาะไม้เนื้อแข็งที่ใช้สำหรับการสร้างบ้าน เช่น ไม้เต็ง รัง ตะแบก ไม้แดง และอื่นๆ พื้นที่รอบนอกเป็นป่าไผ่ เห็ดก็มีมากมายหลายชนิด เช่น เห็ดผึ้ง เห็ดโคน เห็ดระโงก เห็ดระงาก เห็ดไค เห็ดหูหนู เห็ดกระด้าง เป็นต้น ส่วนสัตว์ป่าก็มีมากมาย เช่น เสือ หมาป่า หมูป่า เก้ง ลิง อีเห็น กระต่าย กระรอก กระแต ไก่ป่า นกเอี้ยง อีแร้ง อีกา นกกด เป็นต้น ชาวบ้านได้อาศัยป่าแห่งนี้เป็นซุปเปอร์มาเก็ตทำมาหากิน โดยหาอาหารป่าทั้งพืชและสัตว์ เอาต้นไม้มาทำเป็นที่อยู่อาศัย ใช้เป็นที่เลี้ยงวัวควาย ที่สำคัญใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน ที่มีพ่อแม่ ผู้เฒ่าผู้แก่ เป็นผู้ถ่ายทอดภูมิปัญญาการใช้ประโยชน์จากป่า วิถีชีวิตที่มีการสืบทอดของผู้คนกับป่า จากการสำรวจครัวเรือนจำนวน 140 ครัวเรือนพบว่ามีมูลค่ารวมทั้งปีที่ชาวบ้านได้ประโยชน์อยู่ที่ 2,885,778 บาทต่อปี โดยแบ่งเป็นการบริโภค 1,920,730 บาทต่อปี เพื่อการจำหน่ายเป็นรายได้ 965,048 บาทต่อปี

ป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองกุงในปัจจุบัน ถูกบุกรุกทำลายเหลือเนื้อที่ประมาณ 1,200 ไร่ มีปัจจัยสาเหตุมาจาก 1) นโยบายของรัฐ ซึ่งมี 4 ครั้ง ได้แก่ การสร้างเขื่อนอุบลรัตน์ การสัมปทานป่าไม้ นโยบายขับไล่ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) และนโยบายส่งเสริมการปลูกยางพารา และการขยายพื้นที่การปลูกยางพาราของสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) 2) การบุกรุกของชาวบ้าน 3) วิธีการใช้ประโยชน์จากป่าไม่เหมาะสมของชาวบ้าน 4) การขาดความจิตสำนึกในการดูแลรักษาป่า จากปัจจัยดังกล่าวทำให้ผลผลิตที่เกิดขึ้นจากป่าเริ่มลดน้อยลง การสำรวจข้อมูลพันธุ์พืชและสัตว์ที่ใช้เป็นแหล่งอาหารและรายได้ของชุมชนที่เกิดจากป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองกุง พบว่ามีพันธุ์ไม้ลดลง เช่น พันธุ์ไม้ยืนต้น ในอดีตจำนวน 63 ชนิด ปัจจุบันเหลือ 53 ชนิด พืชผักให้ชาวบ้านได้เก็บกินตลอดปี ในอดีตมีจำนวน 49 ชนิด ปัจจุบันมี 41 ชนิด เห็ดป่ายังมีจำนวน 36 ชนิดเท่าเดิมแต่ปัจจุบันมีปริมาณลดลง พืชสมุนไพร ในอดีตมีจำนวน 67 ชนิด ปัจจุบันลดลงเหลือ 53 ชนิด สัตว์ป่าในอดีตจำนวน 54 ชนิดและปัจจุบันเหลืออยู่ 49 ชนิด แมลงในอดีตและปัจจุบันมีจำนวน 31 ชนิดเท่าเดิม แต่ในปัจจุบันมีจำนวนลดลง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้เกิดผลกระทบดังนี้

  1. ผลกระทบด้านวัฒนธรรม ชาวบ้านมีความเชื่อว่าดอนปู่ตาเป็นป่าศักดิ์สิทธิ์ที่ผีปู่ตาซึ่งเป็นผีบรรพบุรุษเป็นผู้ที่มีพลังอำนาจช่วยปกป้องคุ้มครอง รักษาป่า คน และสัตว์ เมื่อป่าไม้ถูกทำลายความเชื่อต่างๆเกี่ยวกับผีปู่ตา และดอนปู่ตาก็เริ่มหายไปด้วยทำให้เด็กและเยาวชนไม่มีความศรัทธา ไม่มีความกลัวที่จะตัดต้นไม้ทำลายป่า
  2. ผลต่อแหล่งเรียนรู้ของผู้คนทุกเพศทุกวัย โดยป่าใช้เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการหาของป่าของเด็กและเยาวชนจากผู้เฒ่าผู้แก่ และป่ายังเป็นแหล่งศึกษาระบบนิเวศ ชนิดของป่า ลักษณะของต้นไม้ สัตว์ป่า เห็ด แมลง ฯลฯ ของนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองค้อและโรงเรียนนาแกวิทยาอีกด้วย เมื่อป่าไม้ถูกทำลายไปแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตในป่าการเรียนรู้การหาของป่าก็จะเริ่มหมดไป
  3. ผลต่อแหล่งอาหาร ซึ่งมีทั้งพืช สัตว์ แมลง ป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองกุงจัดได้ว่าเป็นครัวขนาดใหญ่ของชาวตำบลนาแกและตำบลใกล้เคียง เมื่อป่าไม้ถูกทำลายไปอาหารต่างๆ ที่ได้จากป่าก็จะลดลง หรือไม่มีเลย ทำให้คนที่มีรายได้น้อยไม่มีแหล่งอาหารที่จะมาให้ลูกหลานได้กิน
  4. ผลกระทบแหล่งรายได้ของชุมชน ป่ายังเป็นแหล่งรายได้ของชาวบ้านในการหาของป่าขาย เช่น เห็ด ไข่มดแดง ผักหวาน ดอกกระเจียว จักจั่น เป็นต้น เมื่อป่าไม้ถูกทำลาย ของป่าต่างๆ ที่ได้จากป่าก็จะลดลงหรือไม่ไม่เลยจะทำให้คนที่มีรายได้น้อยไม่มีแหล่งหารายได้ต้องเดินทางไปทำงานนอกพื้นที่
  5. ผลต่อแหล่งสุขภาพ พื้นที่ป่ามีสมุนไพรมากมายหลายชนิด ชาวบ้านใช้เป็นยารักษาโรคช่วยดูแลสุขภาพของชาวบ้าน เมื่อป่าไม้ถูกทำลายสมุนไพรต่างๆ ก็จะหมดไปทำให้ชาวบ้านต้องหันไปพึ่งยาแผนปัจจุบันมากขึ้น ทำให้ภูมิปัญญาเรื่องยาสมุนไพรหายไปด้วย
  6. ผลต่อแหล่งเลี้ยงสัตว์ ป่าเดิมเป็นแหล่งเลี้ยงวัว เลี้ยงควายของชาวบ้าน เมื่อป่าไม้ถูกทำลายแหล่งสัตว์ของชาวบ้านก็จะลดลงจนไม่มีที่เลี้ยง ทำให้ชาวบ้านต้องเลิกเลี้ยงสัตว์ไปทำการทำงานที่อื่น

จากการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นพบว่าคนในชุมชนและชุมชนใกล้เคียงเข้าไปแสวงหาประโยชน์จากป่าสาธารณะประโยชน์โคกหนองกุงเพื่อประโยชน์ต่อตนเองเป็นส่วนมากโดยไม่คำนึงผลกระทบในระยะยาวสิ่งเหล่านี้ทำให้ทรัพยากรลดลงเรื่อยๆ เมื่อได้ข้อมูลจึงนำไปสู่เวทีร่วมกับชุมชนเพื่อหาทางออกโดยเน้นไปที่กลุ่มเยาวชนในการสร้างสำนึกในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าสาธารณประโคกหนองกุง

รูปแบบสร้างสำนึกเยาวชนเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งอาหารของชุมชน มีแนวทางดังนี้ 1. สร้างศาลปู่ตาไว้เป็นที่บูชาของชาวบ้าน 2. โครงการบวชป่า 3. ทำหลักสูตรท้องถิ่น และ 4. พัฒนาแหล่งเรียนรู้เชิงนิเวศ