การจัดการป่าชุมชนที่เอื้อต่อวิถีชีวิตของชุมชนในการสร้างการเรียนรู้ให้กับชุมชนตำบลดงดำ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน

นักวิจัย/สังกัด :

  1. นายรุ่งโรจน์ ทาหาญ และคณะ

ปี พ.ศ. ที่โครงการเสร็จ : 2557

   โครงการ “การจัดการป่าชุมชนที่เอื้อต่อวิถีชีวิตของชุมชนในการสร้างการเรียนรู้ให้กับชุมชนตำบลดงดำ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน” มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อทบทวนสถานการณ์ในการจัดการป่าชุมชนที่เอื้อต่อวิถีชีวิตของชุมชนบ้านห้วยหญ้าไซ ตำบลดงดำ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน 2) เพื่อพัฒนากระบวนการจัดการป่าชุมชนที่เอื้อต่อวิถีชีวิตของชุมชนบ้านห้วยหญ้าไซ ตำบลดงดำ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน 3) เพื่อสร้างการเรียนรู้ในการจัดการป่าชุมชนที่เอื้อต่อวิถีชีวิตของชุมชนบ้านห้วยหญ้าไซ และ 4) เพื่อการขยายผลองค์ความรู้ในการจัดการป่าชุมชนที่เอื้อต่อวิถีชีวิตของชุมชนบ้านห้วยหญ้าไซ

กระบวนการดำเนินโครงการเริ่มตั้งแต่การชี้แจงทำความเข้าใจในแผนการดำเนินโครงการวิจัย การจัดเวทีแลกเปลี่ยนกระบวนการจัดการป่าชุมชน เรียนรู้แลกเปลี่ยนพื้นที่ที่มีบทเรียนในการจัดการป่าชุมชนมาร่วมแลกเปลี่ยนกัน การทบทวนประวัติศาสตร์ความเป็นมา สถานการณ์การจัดการป่าชุมชน การเก็บรวมรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลร่วมกัน การดึงชุมชน เยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมในการดูแลรักษาป่า การเก็บข้อมูลเชิงเศรษฐกิจเพื่อนำเสนอให้เห็นคุณค่า มูลค่าของผลผลิตที่ได้จากป่า สร้างการเรียนรู้ให้กับเยาวชน เชื่อมกับหน่วยงานอื่นๆ ทั้งในระดับชุมชนและระดับตำบล เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน ทางทีมวิจัยได้พยายามรวบรวมข้อมูลและศึกษาเรียนรู้จากพื้นที่อื่นมาปรับใช้ในพื้นที่ มีการชวนคิดชวนคุย อันนำไปสู่การหาแนวทางในการจัดการป่าชุมชนที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตชุมชนบ้านห้วยหญ้าไซต่อไป

สถานการณ์ในการจัดการป่าชุมชน บ้านห้วยหญ้าไซเดิมมีวิถีชีวิตเรียบง่าย รักสงบ ดำรงชีวิตด้วยการทำการเกษตรแบบยังชีพ นามีข้าว สามารถหาอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณค่าได้จากป่าในพื้นที่รอบหมู่บ้านตามแต่ฤดูกาล ปี พ.ศ. 2500 ป่าบ้านห้วยหญ้าไซมีความอุดมสมบูรณ์ลักษณะป่าดงดิบน้ำไปตลอดปี สัตว์ป่ามีมาก ปี พ.ศ. 2512-2515 มีนายทุนเข้ามาสัมปทานไม้ท่อน จ้างชาวบ้านตัดไม้เนื้อแข็งไปเกือบหมด ปี พ.ศ. 2520 นายทุนเข้ามาซื้อไม้ท่อนอีกรอบ ผลที่ตามมาคือน้ำที่เคยไหลตลอดปี ป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่ามากมายหลายชนิดเริ่มหายไป ปี พ.ศ. 2522 มีการขุดเจาะถ่านหินลิกไนต์ในเขตพื้นที่ตำบลดงดำ จนปี พ.ศ. 2535 เกิดภาวะแห้งแล้ง ฝนไม่ตกตามฤดูกาล ชาวบ้านไม่มีน้ำทำนา แต่ชาวบ้านยังมีงานทำในเหมืองถ่านหิน แต่ในปี พ.ศ.2548 มีการปิดเหมือง ชาวบ้านไม่มีงานทำ น้ำแห้งแล้ง ชุมชนห้วยหญ้าไซเอง แม้พื้นที่หมู่บ้านไม่ได้อยู่ในเขตเหมืองแร่แต่ได้รับผลกระทบต่อชุมชนบ้านห้วยหญ้าไซ การเพิ่มขึ้นของปริมาณประชากร (การอพยพย้ายถิ่นของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ในพื้นที่ตำบลดงดำ) สภาพพื้นที่ป่าลดลง ความต้องการพื้นที่ทำกินมากขึ้น ทำให้เกิดการบุกรุกที่ดินมากขึ้น แต่ชุมชนบ้านห้วยหญ้าไซพยายามที่อนุรักษ์รักษาป่าชุมชนของตนเองเพื่อเป็นแหล่งอาหาร แหล่งรายได้ให้กับสมาชิกในชุมชนและชุมชนใกล้เคียง ปัญหาที่น่าเป็นห่วงคือความเข้าใจในการใช้ประโยชน์จากป่าของชุมชนโดยขาดการดูแล การเข้าบุกรุกพื้นที่ป่า การไม่รู้กฎระเบียบป่าชุมชนร่วมกันทั้งในระดับหมู่บ้านและระดับตำบล เช่น คนในชุมชนช่วยกันดูแลแต่คนนอกชุมชนเข้ามาใช้ประโยชน์ และไม่ช่วยดูแล

กระบวนการจัดการป่าชุมชนที่เอื้อต่อวิถีชีวิตของชุมชนบ้านห้วยหญ้าไซ เน้นการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย การดึงเข้าร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การเป็นแกนหลักในการเก็บข้อมูล การทบทวนข้อมูลร่วมกัน นำเสนอข้อมูลต่างๆ เพื่อให้เห็นความสำคัญและภาคภูมิใจในชุมชนของตนเอง เริ่มตั้งแต่การใช้ภูมิปัญญา วัฒนธรรมประเพณี ความเชื่อ เข้ามาใช้ในการจัดการทรัพยากร เช่น การเลี้ยงผีขุนน้ำ การเลี้ยงผีฝาย บ้านห้วยหญ้าไซมีความเชื่อถือต่อกันมา การใช้โอกาสในวันสำคัญในการร่วมกันปลูกต้นไม้ การบวชป่า เป็นต้น การประชุมวางแผนร่วมกันในการจัดกิจกรรมต่างๆ การวางบทบาทหน้าที่ให้แต่ละคน และการให้ความสำคัญกับการดึงเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในแต่ละกิจกรรม รวมทั้งมีการตั้งกฎระเบียบของชุมชน ตั้งกรรมการป่า การกำหนดเขตที่ดินห้ามขยาย ห้ามเผา การเข้าไปหาของป่า รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ให้กับสมาชิกในชุมชนได้รับรู้ข้อมูลร่วมกัน รวมทั้งการพยายามดึงเด็กเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อสร้างการเรียนรู้ทั้งผ่านจากกิจกรรมที่ทำ การเข้าไปเรียนรู้จากผู้รู้ การแลกเปลี่ยนกับคนเฒ่าคนแก่ในชุมชน นอกจากสร้างความรักในทรัพยากรธรรมชาติ รักท้องถิ่น เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้กับสมาชิกในชุมชน ลดช่องว่างระหว่างเด็กและผู้ใหญ่มากขึ้น เชื่อมการเรียนรู้ของเด็กเยาวชนในระดับตำบลผ่านกิจกรรมต่าง ๆ นอกจากนี้ได้มีการเชื่อมไปยังเทศบาลดงดำ การแลกเปลี่ยนในเวทีประชุมระดับตำบล เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับแกนนำในพื้นที่อื่น ๆ ร่วมด้วย

การขยายผลองค์ความรู้ในการจัดการป่าชุมชนที่เอื้อต่อวิถีชีวิตของชุมชนบ้านห้วยหญ้าไซ โดยระดับชุมชนมีการสร้างข้อตกลงร่วมกันและวางแนวทางในการจัดทำกิจกรรมในพื้นที่ เช่น การทำแนวกันไฟ การเลี้ยงผีขุนน้ำ เลี้ยงผีฝาย การตรวจป่าในช่วงฤดูแล้งจะออกตรวจทุกวันเพื่อตรวจไฟป่า ระดับตำบลแม้ไม่ได้มีการรวมกันเป็นเครือข่ายในการจัดการป่าร่วมกัน แต่สร้างความร่วมมือระดับตำบลได้ระดับหนึ่ง การสร้างความเข้าใจในกฎกติการ่วมกัน รวมทั้งการขยายแนวคิดให้กับเด็กและเยาวชนได้สืบทอดเจตนารมณ์ต่อ และการเชื่อมประสานความร่วมมือกับทางโรงเรียนในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตมากขึ้น นอกจากนี้พยายามเชื่อมโยงกับเครือข่ายระดับจังหวัด การเข้าร่วมแลกเปลี่ยนกับพื้นที่อื่นๆ รวมทั้งประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ ในจังหวัดในการหนุนเสริมการทำงานร่วมกัน

การทำงานวิจัย ปัญหาหลัก คือ ความเข้าใจของทีมวิจัยต่อกระบวนการวิจัย ทีมวิจัยไม่เคยทำงานวิจัย ส่วนใหญ่เป็นปฏิบัติการในพื้นที่จึงไม่ค่อยเข้าใจ ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ รวมทั้งการบันทึกข้อมูลต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ยากต่อทีมวิจัย รวมทั้งภาระหน้าที่ของทีมวิจัยที่มีหลายบทบาท ส่วนใหญ่ขาดประสบการณ์ในการทำงานวิจัย เรื่องการจัดการป่าชุมชนมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของทุกคน ดังนั้น การรักษาป่า ทำให้วิถีชีวิตของคนในชุมชนดีขึ้น กระบวนการวิจัยทำให้ได้เรียนรู้ ได้ทบทวนข้อมูล และได้แนวทางในการพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ