แนวทางการอนุรักษ์และสืบทอดพิธีกรรมความเชื่อที่เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนของชุมชนบ้านแม่สะแงะ หมู่ 15 ตำบลทากาศ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน

นักวิจัย/สังกัด :

  1. นายทวี สูงพนา และคณะ

ปี พ.ศ. ที่โครงการเสร็จ : 2557

  โครงการ “แนวทางการอนุรักษ์และสืบทอดพิธีกรรมความเชื่อที่เกี่ยวกับการทรัพยากรอย่างยั่งยืนของชุนชนบ้านแม่สะแงะ หมู่ 15 ตำบลทากาศ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน” มีวัตถุประสงค์ในการศึกษา 1) เพื่อศึกษาพิธีกรรมที่สัมพันธ์กับความหลากหลายทางชีวภาพ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน 2) เพื่อหาแนวทางอนุรักษ์ความเชื่อพิธีกรรมที่เป็นกลไกในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน 3) เพื่อศึกษาประสิทธิผลในการใช้ความเชื่อพิธีกรรมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน อันนำไปสู่แนวทางการอนุรักษ์ และสืบทอดพิธีกรรมความเชื่อที่สัมพันธ์กับความหลากหลายทางชีวภาพและพิธีกรรมความเชื่อที่สัมพันธ์เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

กระบวนการวิจัย จะเน้นในเรื่องการทบทวนข้อมูลความรู้ในเรื่อง แนวทางการอนุรักษ์และสืบทอดพิธีกรรมความเชื่อที่เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนของชุมชนบ้านแม่สะแงะ มีการจัดเวทีทำความเข้าใจแต่ละบ้าน การใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูล การจัดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ในชุมชน รวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนกับพื้นที่อื่นๆ ทำให้นักวิจัยได้เรียนรู้กระบวนการทำวิจัยมากขึ้น ได้เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของหมู่บ้าน ได้เรียนรู้เกี่ยวกับพิธีกรรมในหมู่บ้าน เรียนรู้เกี่ยวกับอนุรักษ์ผืนป่า เรียนรู้ถึงป่าอนุรักษ์ ป่าชุมชน และป่าศักดิ์สิทธิ์ในชุมชน การไปศึกษาแลกเปลี่ยนกับพื้นที่อื่น คือ ชุมชนบ้านสามขากับการจัดการทรัพยากรและชุมชน การแลกเปลี่ยนพื้นที่ลุ่มแม่น้ำขนาด ลุ่มน้ำแม่ทา การลงพื้นที่สำรวจป่า การประชุมเพื่อปรับปรุงกฎระเบียบให้มีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้ชุมชนได้เข้าใจและมีส่วนร่วมในการกำหนดกฎร่วมกัน อันจะนำไปสู่การจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

บ้านแม่สะแงะ ทิศเหนือ ติดกับหมู่บ้านผาด่าน ทิศตะวันตก ติดกับหมู่บ้านห้วยเหี้ยะ ทิศใต้ ติดกับบ้านปงผาง ทิศตะวันออกติดกับจังหวัดลำปาง การประกอบาอาชีพส่วนมากจะทำอาชีพทำไร่ ทำนา เป็นส่วนมาก จะเป็นการเอามื้อกัน อย่างเห็นได้ชัดเจนเนื่องจากชาวบ้านไม่มีเงินที่เพียงพอจะจ้างคนในหมู่บ้านได้จึงมีการเอามื้อซึ่งกันและกัน และอีกอย่างหนึ่งชาวบ้านจะมีการเกื้อกูลกันในการทำมาหากินกันอยู่แล้ว แนวทางการอนุรักษ์และสืบทอดพิธีกรรมความเชื่อที่เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1) ภูมิปัญญา วัฒนธรรมประเพณี ความเชื่อเข้าใช้ในการจัดการทรัพยากร เช่น การเลี้ยงผีขุนน้ำ การเลี้ยงผีฝาย พิธีกรรมส่งคนตาย เลี้ยงผีในบ้าน พิธีกรรมขึ้นบ้านใหม่ พิธีกรรมการนำสะดือไปมัดติดกับไม้ พิธีกรรมเลี้ยงผีไฟ พิธีกรรมเลี้ยงผีขุนห้วยแม่สะแงะ พิธีกรรมส่งผี (ไล่ผี) พิธีกรรมทำไร่ พิธีกรรมเลี้ยงผีห้วยแม่สะแงะ พิธีกรรมเลี้ยงห่อเจ้าที่ พิธีกรรมทำบุญข้าวใหม่ พิธีการมัดมือหมู่บ้าน พิธีกรรมเรียกขวัญข้าว พิธีกรรมเป็นเรื่องที่สำคัญที่ทำให้คนเรามีการรักษาสืบทอดองค์ความรู้ เป็นการเตือนตัวเองว่าการทำสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่ดีไม่ถูกไม่ควร ผีสางเทวดาไม่พอใจ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ไม่อยู่เย็นเป็นสุข การรักษาพิธีกรรมเป็นการสร้างความสามัคคีในชุมชน การร่วมไม้ร่วมมือกันเพื่อเตรียมงานต่างๆ ซึ่งเป็นการกุศโลบายหนึ่งของบรรพบุรุษที่ทำให้ลูกหลานมีกิจกรรมทำร่วมกัน 2) การใช้กฎระเบียบข้อตกลง มีการแบ่งแนวเขตเป็นโซน ด้านการอนุรักษ์ปลาในเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา และด้านมาตรการลงโทษต่างๆ พื้นที่ทรัพยากรป่าเป็นพื้นที่กว้างและใช้ประโยชน์ร่วมกัน สิ่งที่สำคัญคือต้องสร้างการมีส่วนร่วม ทุกคนทุกส่วนต้องร่วมกัน และชุมชนบ้านสะแงะบ้านเดียวไม่สามารถจัดการปัญหาได้ บริเวณหมู่บ้านใกล้เคียง ได้แก่ บ้านปงผาง และบ้านผาด่าน ถือได้ว่าเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ขนาดตอนบนมาจัดการร่วมกัน แต่การสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมให้กว้างมากขึ้นเป็นเรื่องที่ท้าทายและต้องพยายามขับเคลื่อนร่วมกันต่อไป

ปัญหาอุปสรรค์ที่เกิดขึ้นในการดำเนินงาน ได้แก่ การประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินกิจกรรม เนื่องจากระยะทาง เส้นทางคมนาคมในพื้นที่ห่างไกลด้องใช้เฉพาะรถจักรยานยนต์ในการเดินทางเท่านั้น ทำให้ไม่ค่อยสะดวกในการประสานงาน หรือเข้าร่วมงานกับหน่วยงานองค์กรต่างๆ กระบวนการสร้างการเรียนรู้ในชุมชน เนื่องจากทีมวิจัยเป็นชาวบ้านขาดประสบการณ์ในการทำงานวิจัย และการออกแบบสร้างการเรียนรู้ให้กับชุมชนทำให้การดำเนินงานต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจร่วมกันค่อนข้างมาก การเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ของคนนอกชุมชน เช่น มีนายทุนเข้าไปติดต่อในการซื้อหน่อไม้ทำให้ชาวบ้านสนใจเรื่องการหารายได้ให้กับตนเอง ครอบครัวมากกว่า มีการหาของป่าออกมาขายเป็นจำนวนมาก โดยไม่ค่อยให้ความสนใจในการร่วมกันฟื้นฟูอนุรักษ์รักษาทรัพยากรธรรมชาติเท่าที่ควร การขาดเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการดำเนินงานในชุมชน ทั้งด้านไฟฟ้าใช้จากแผงโซลาเซลล์ ลำบากต่อการใช้คอมพิวเตอร์ และในพื้นที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เวลาติดต่อประสานงานต้องลงมาจากหมู่บ้านจึงสามารถติดต่อได้

ข้อเสนอแนะ นักวิจัยต้องการอบรมทักษะเกี่ยวกับการใช้ภาษาพูดกับภาษาเขียนในการบันทึกข้อมูลและจัดเอกสาร การจัดอบรมเกี่ยวกับการจับประเด็น การวิเคราะห์ การนำเสนอ การจัดอบรมทักษะการจัด บัญชีรายจ่ายอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ พี่เลี้ยงต้องเข้ามาให้ความรู้หนุนเสริมในการทำวิจัยอย่างสม่ำเสมอการทำงานวิจัยชาวบ้านต้องมีการปรับเวลาให้สอดคล้องกับกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริงในชุมชน มีความยืดหยุ่นค่อนข้างสูง ปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ควรจะมีการทำงานต่อเนื่องเรื่องการประสานเครือข่ายหมู่บ้านในเขตลุ่มน้ำแม่ขนาด เริ่มจากพื้นที่ตอนบน คือ บ้านผาด่าน บ้านแม่สะแงะ และบ้านปงผาง ในการหารือการจัดการทรัพยากรธรรมชาติร่วมกัน เพราะทั้ง 3 หมู่บ้านถือว่าเป็นพื้นที่ต้นน้ำที่สำคัญของลุ่มน้ำแม่ขนาด และเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของชุมชน