การพัฒนาระบบการเลี้ยงไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่อย่างยั่งยืนสำหรับเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ตำบลแม่แฝก อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

นักวิจัย/สังกัด :

  1. ผศ.ดร.กชพร ศิริโภคากิจ
    มหาวิทยาลัยแม่โจ้
  2. นายบุญเลิศ สินธุมัด
  3. นายซิมโอน ปัญญา

ปี พ.ศ. ที่โครงการเสร็จ : 2556

  โครงการ “การพัฒนาระบบการเลี้ยงไก่ประดู่หางดำอย่างยั่งยืนสำหรับเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ตำบลแม่แฝก อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่” มีวัตถุประสงค์ในการศึกษา 1) เพื่อพัฒนา และสร้างอาชีพการเลี้ยงไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ แก่สมาชิกกลุ่มเกษตรกร 2) เพื่อสร้างองค์ความรู้การเลี้ยงไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่บนพื้นฐานภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยใช้แหล่งทรัพยากรในท้องถิ่นเป็นแหล่งอาหารหยาบลดต้นทุนอาหารสำเร็จรูปเพื่อการสร้างอาชีพแก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน 3) ศึกษารูปแบบการบริหารจัดการกลุ่มเกษตรกรในการสร้างอาชีพการเลี้ยงไก่ประดู่หางดำ ให้เป็นอาชีพเสริมแก่เกษตรกร และ 4) เพื่อเปิดโอกาสการเรียนรู้ และสร้างเสริมประสบการณ์ให้แก่นักศึกษา สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์สหกรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ในการทำงานร่วมกับเกษตรกร ผลจากการดำเนินโครงการพบว่า

1. สามารถพัฒนา และสร้างอาชีพการเลี้ยงไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ แก่สมาชิกกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ จำนวน 10 ราย มีเกษตรกรร่วมโครงการที่เลี้ยงไก่ เป็นอาชีพหลักมีจำนวน 2 ราย เกษตรกรที่เหลือเลี้ยงไก่เป็นอาชีพเสริม จำนวน 8 ราย และเกษตรกรสามารถดำเนินตามเป้าหมายการผลิตที่ตั้งไว้

2. เกษตรกรสามารถผลิต และสร้างรายได้จากไก่ขุน 3 รุ่น ในการประมวลผลข้อมูลรวบรวมจากการผลิต ในรอบการผลิตที่ 1 และ 2 สรุปได้ดังนี้ มีลูกไก่เข้าโรงเรือนจำนวน 7,800 ตัว ซึ่งมีต้นทุนคงที่36,293.33 บาท (ร้อยละ 5.66 ของต้นทุนรวม) ต้นทุนผันแปร 604,441.71 บาท (ร้อยละ 94.34) ต้นทุนอาหาร (ร้อยละ 56.69) ค่าลูกไก่ (ร้อยละ 25.98) และค่าแรงงาน (ร้อยละ 9.92) ต้นทุนเงินสด คิดเป็นร้อยละ 85.18 ของต้นทุนรวม ต้นทุนการผลิตไก่ขุนเฉลี่ย 81.62 บาท/กิโลกรัม (คิดเป็นต้นทุนเงินสด 69.53 บาท/กิโลกรัม ซึ่งเกษตรกรอยู่บนพื้นฐานภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยใช้แหล่งทรัพยากรในท้องถิ่นเป็นแหล่งอาหารหยาบลดต้นทุนอาหารสำเร็จรูปเพื่อการสร้างอาชีพแก่เกษตรกรอย่างยั่งยืนจึงทำให้เกิดกำไรจากการดำเนินการจากการจำหน่ายไก่ขุนเฉลี่ย ราคากิโลกรัมละ 78.13 บาท และกําไรจากการจำหน่ายไก่ขุน 8.60 บาท/กิโลกรัม สำหรับการผลิตไก่ขุนรุ่นที่ 3 กําลังอยู่ในช่วงการดำเนินการ (คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2556)

3. กลุ่มเกษตรกรได้รับองค์ความรู้ ในการใช้พืชอาหาร/ทรัพยากรในพื้นที่ในการลดต้นทุนอาหารสำเร็จรูป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้หญ้าโปรตีนสูง (เนเปียร์ปากช่อง 1) เกษตรกรทุกรายได้ปลูกหญ้า/ทำแปลงหญ้าเพื่อการเลี้ยงไก่ ที่นอกจากจะลดต้นทุนการผลิต ยังช่วยเพิ่มคุณภาพไก่ขุน (จากการจิกตีกันของไก่ ซึ่งเกิดจากความเครียด ในการเลี้ยงขังในโรงเรือน)

4. โครงการได้รูปแบบ (model) การสร้างอาชีพจากการเลี้ยงไก่ประดู่หางดำ อันประกอบด้วย

4.1 รูปแบบการเลี้ยงไก่ขุน เพื่อเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริม ที่เกษตรกรจะต้องมีความเข้มแข็งและองค์ความรู้สำคัญในการผลิต ประกอบด้วย ความรู้ในการจัดการฟาร์ม (เริ่มตั้งแต่การกกลูกไก่ การทำวัคซีนตามโปรแกรม การจัดการด้านอาหาร นํ้า และเวชภัณฑ์อื่นๆ การจัดการสุขาภิบาล และความปลอดภัยอาหารเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค) การรวมกลุ่มเพื่อการจัดการด้านการตลาดที่สอดคล้องกับแผนการผลิต ที่จะลดปัญหาไก่ขาดตลาด และล้นตลาด สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในตลาดชุมชน/ท้องถิ่น

4.2 รูปแบบการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยการบูรณาการองค์ความรู้ การแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อการตลาด โดยกลุ่มแม่บ้านในชุมชน ทั้งนี้การจำหน่ายไก่มีชีวิต ให้แก่ผู้ประกอบการจะมีส่วนเหลื่อมของราคา และต้นทุนการผลิตต่ำ (2-3 บาทต่อกิโลกรัม) ต่ำกว่าเป้าหมายที่กลุ่มวางแผนไว้ประกอบกับการพึ่งพาตลาดไก่มีชีวิต อาจทำให้กลุ่มประสบปัญหาไก่ล้นตลาดในอนาคต การสร้างองค์ความรู้ในการแปรรูปให้แก่กลุ่มแม่บ้าน จะเป็นแนวทางการสร้างมูลค่าเพิ่ม และสร้างรายได้เสริมแก่ชุมชน และพัฒนาการตลาดในอนาคตให้แก่โครงการ

5. โครงการยังเปิดโอกาสการเป็นห้องเรียนเชิงปฏิบัติการให้แก่นักศึกษาชั้นปีที่ 3 และ 4 สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์สหกรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ในการเรียนรู้ การทำบัญชีฟาร์ม บัญชีต้นทุน และการวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนการผลิตเกษตร ตลอดจนการเรียนรู้อื่นๆ ในการปฏิบัติงานร่วมกับเกษตรกร และกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร อันเป็นประสบการณ์จริงที่มิอาจหาได้ในห้องเรียน ทำให้เกิดการทำงานระหว่างสถาบันการศึกษา และชุมชนในเชิงบูรณาการอย่างเป็นรูปธรรม