การพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับอาหาร

นักวิจัย/สังกัด :

  1. ดร.กนกกานต์ วีระกุล และคณะ
    มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต

ปี พ.ศ. ที่โครงการเสร็จ : 2556

   งานวิจัยการศึกษาการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับอาหาร โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาเส้นทางการท่องเที่ยวร่วมกับชุมชนและท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับอาหารสำหรับพื้นที่ในเขตจังหวัดภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคใต้ และกรุงเทพมหานครบริเวณรอบเกาะรัตนโกสินทร์ จำนวน 7 พื้นที่ โดยวางแผนการเก็บข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ พบว่า

ผลการวิจัยเชิงปริมาณมีดังนี้ จากการตอบแบบสอบถามของนักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 507 คนคิดเป็นร้อยละ 72.43 มีอายุช่วง 41-50 ปี จำนวน 183 คน คิดเป็นร้อยละ 26.14 สถานภาพสมรสแล้ว จำนวน 373 คน คิดเป็นร้อยละ 53.29 ระดับการศึกษาปริญญาตรี จำนวน 429 คน คิดเป็นร้อยละ 61.29 มีอาชีพรับราชการ/รัฐวิสาหกิจ จำนวน 374 คน คิดเป็นร้อยละ 53.43 ระดับรายได้ต่อเดือน 10,001-20,000 บาท 165 คน คิดเป็นร้อยละ 23.57 ภูมิลำเนาเดิมในภาคใต้คิดเป็นร้อยละ 65.00 วัตถุประสงค์หลักในการท่องเที่ยวในประเทศ 1-3 ครั้งต่อปี จำนวน 455 คน คิดเป็นร้อยละ 65.00 วัตถุประสงค์หลักในการท่องเที่ยวคือ พักผ่อน จำนวน 381 คน คิดเป็นร้อยละ 54.43 แหล่งข้อมูลที่ใช้ศึกษาเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและการเดินทางภายในประเทศคือ สืบค้นข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต จำนวน 286 คน คิดเป็นร้อยละ 40.86 ทั้งนี้ สถานที่พักแรมยอดนิยมอันดับแรกคือ โรงแรมจำนวน 313 คน คิดเป็นร้อยละ 44.71 รองลงมาคือ รีสอร์ท/บังกะโล จำนวน 158 คน คิดเป็นร้อยละ 22.57 และบ้านญาติ/บ้านเพื่อน จำนวน 78 คน คิดเป็นร้อยละ 11.14 ตามลำดับ

ส่วนแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม อันดับแรกคือ แหล่งท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ เช่น ภูเขา น้ำตก ป่า ทะเล จำนวน 449 คน คิดเป็นร้อยละ 64.14 รองลงมาคือ แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และศาสนสถาน เช่น วัด พิพิธภัณฑ์ โบราณสถาน จำนวน 151 คน คิดเป็นร้อยละ 21.58 และแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสุนทรีย์ในการรับประทานอาหาร เช่น ตลาดดอนวาย ดอนหอยหลอด บางปู จำนวน 167 คน คิดเป็นร้อยละ 23.86 ตามลำดับ

ภูมิภาคยอดนิยมที่ผู้ตอบแบบสอบถามอยากไปท่องเที่ยว อันดับแรกคือ ภาคเหนือ จำนวน 240 คน คิดเป็นร้อยละ 32.29 รองลงมาคือ ภาคตะวันออก จำนวน 140 คนคิดเป็นร้อยละ 20.00 และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 135 คน คิดเป็นร้อยละ 19.29 ตามลำดับ

ภาคกลางอันดับแรกคือ พระนครศรีอยุธยา จำนวน 140 คน คิดเป็นร้อยละ 20.00 รองลงมาคือ สุพรรณบุรี จำนวน 79 คน คิดเป็นร้อยละ 11.29 และกาญจนบุรี จำนวน 195 คน คิดเป็นร้อยละ 8.71 ตามลำดับ

ภาคตะวันออก อันดับแรกคือ จันทบุรี จำนวน 176 คน คิดเป็นร้อยละ 25.14 รองลงมาคือ ฉะเชิงเทรา จำนวน 130 คน คิดเป็นร้อยละ 18.57 และรัยอง จำนวน 212 คน คิดเป็นร้อยละ 17.29 ตามลำดับ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อันดับแรกคือ นครราชสีมา จำนวน 99 คน คิดเป็นร้อยละ 14.14 รองลงมาคือ หนองคาย จำนวน 72 คน คิดเป็นร้อยละ 10.29 และขอนแก่น จำนวน 79 คน คิดเป็นร้อยละ 11.29 ตามลำดับ

ภาคเหนือ อันดับแรกคือ เชียงราย จำนวน 268 คน คิดเป็นร้อยละ 38.29 รองลงมาคือ เชียงใหม่ จำนวน 146 คน คิดเป็นร้อยละ 20.86 และแม่ฮ่องสอน จำนวน 137 คน คิดเป็นร้อยละ 19.57 ตามลำดับ

ภาคใต้ อันดับแรกคือ สุราษฎร์ธานี จำนวน 205 คน คิดเป็นร้อยละ 29.29 รองลงมาคือ ภูเก็ต จำนวน 114 คน คิดเป็นร้อยละ 16.29 และกระบี่ จำนวน 112 คน คิดเป็นร้อยละ 16.00 ตามลำดับ

โดยภายในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ผู้ตอบแบบสอบถามมีจำนวนครั้งในการเที่ยวภายในประเทศโดยเฉลี่ย 4.95 ครั้งต่อปี ระยะเวลาในการท่องเที่ยวภายในประเทศโดยเฉลี่ย 4.95 ครั้งต่อปี ระยะเวลาในการท่องเที่ยวภายในประเทศต่อครั้ง 3.77 วันต่อครั้ง และมีผู้ร่วมเดินทางในแต่ละครั้ง 8.37 คนต่อครั้ง

นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามมีการตัดสินใจเดินทางการท่องเที่ยวโดยมีการวางแผนล่วงหน้าก่อนการเดินทาง จำนวน 228 คน คิดเป็นร้อยละ คิดเป็นร้อยละ 32.57 และการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวโดยไม่มีการวางแผนล่วงหน้าก่อนการเดินทาง จำนวน 92 คน คิดเป็นร้อยละ 13.14 ในส่วนของเวลาที่เลือกใช้ในการท่องเที่ยว อยู่ในช่วงวันหยุดต่อเนื่องกับวันนักขัตฤกษ์ จำนวน 206 คน คิดเป็นร้อยละ 29.43

ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสำคัญกับอาหารการกินในระหว่างที่มาท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษจำนวน 96 คน คิดเป็นร้อยละ 13.71 แหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ที่ใช้ในการศึกษาเกี่ยวกับร้านอาหารและอาหารเด่นๆ ในเส้นทางการท่องเที่ยวก่อนการเดินทาง คือ สืบค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต จำนวน 241 คน คิดเป็นร้อยละ 34.43 ให้ความสำคัญกับการเลือกรับประทานอาหารในระหว่างการเดินทางจาก ร้านอาหารที่สะอาดและปลอดภัยก่อนเสมอ จำนวน 184 คิดเป็นร้อยละ 26.29 ให้ความสำคัญกับการเลือกรับประทานอาหารในระหว่างการเดินทางจากร้านอาหารที่มีชื่อเสียงด้านความอร่อยก่อนเสมอ จำนวน 132 คน คิดเป็นร้อยละ 18.86 ชื่นชอบในการรับประทานอาหารไทยที่เป็นอาหารประจำท้องถิ่นในระหว่างการท่องเที่ยว จำนวน 140 คน คิดเป็นร้อยละ 20.00 มีความเห็นว่าเรื่องของอาหารในระหว่างทางการท่องเที่ยวภายในประเทศ มีส่วนช่วยให้การท่องเที่ยวน่าประทับใจมากขึ้น จำนวน 77 คน คิดเป็นร้อยละ 11.00

ผลการวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้วิจัยจึงศึกษาสถานที่ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมอาหาร รวมถึงผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นในจังหวัดดังกล่าวเพื่อเป็นข้อมูล ดั้งนี้ ภายเหนือ สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ และแล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ อาหารท้องถิ่นที่เป็นที่นิยมรวมถึงผลิตภัณฑ์โอทอป ได้แก่ ผลไม้เมืองหนาว ชา ไส้อั่ว เป็นต้น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ อาหารท้องถิ่นที่เป็นที่นิยมและผลิตภัณฑ์โอทอป ได้แก่ อาหารประเภทขนมจีน ส้มตำ แหนมเนือง อาหารจากปลา โดยมีวัฒนธรรมการกินเข่าค่ำเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสในการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ได้เป็นอย่างดี ภาคตะวันออก สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยมีอาหารท้องถิ่นและผลิตภัณฑ์โอทอป ได้แก่ ผลไม้ตามฤดูกาล หมูชะมวง และเส้นจันท์ เป็นต้น นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ภาคตะวันตก สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ โดยมีอาหารท้องถิ่นและผลิตภัณฑ์โอทอปเป็นอาหารทะเล อาหารจีนฮกเกี้ยน และติ่มซำ เป็นต้น และสำหรับกรุงเทพมหานคร มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยเฉพาะวัด วัง สถานที่ ช้อปปิ้งต่างๆ และมีอาหารทุกชนิดให้เลือก ทั้งนี้ อาหารรอบเกาะรัตนโกสินทร์เป็นแหล่งวัฒนธรรมอาหารที่สำคัญของกรุงเทพฯ ซึ่งจากข้อมูลงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยเป็นแหล่งการเรียนรู้ด้านอาหารที่สำคัญ เนื่องจากลักษณะอาหาร ความผสมผสานของชาติพันธุ์ ความอุดมสมบูรณ์ สภาพอากาศที่มีอุณหภูมิร้อนชื้น ทำให้ประเทศไทยเป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์ของผักและผลไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ทุเรียน ลองกอง สละ เงาะ และมังคุด เป็นต้น ในขณะเดียวกัน ก็เป็นแหล่งของพืชผักสมุนไพร ซึ่งต่างก็ได้รับการยืนยันในแง่สรรพคุณที่เมื่อนำมาใช้เป็นอาหารก็จะทำให้มีผลดีต่อสุขภาพมากกว่าผลเสีย ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญอยู่ในอาหารประเภทแกง และอาหารประเภทอื่นๆ อีกทั้งประเทศไทยยังเป็นประเทศที่มีดินแดนชายฝั่งทะเล ทำให้มีเกิดเป็นอาหารที่น่าเรียนรู้ และโดดเด่น รวมถึงคนไทยมีอัธยาศัยดี และมีการนำเสนอผ่านการปรุงทำให้การท่องเที่ยวน่าสนใจยิ่งขึ้นได้เห็นรูปแบบและวิธีการปรุงอาหารในท้องถิ่น หรือการลิ้มลองอาหารที่มาจากวัตถุดิบสำคัญในท้องถิ่นนั้นๆ ก็ทำให้สามารถเป็นกิจกรรมเสริมที่น่าสนใจอีกกิจกรรมหนึ่งของนักท่องเที่ยว